Loading…
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยแนวทางการพัฒนาดิจิทัล (Digital Transformation) ระหว่าง หน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ และบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (INET) ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
พิธีลงนามในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี คุณมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารจาก 15 หน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร.) ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)
ได้มอบหมายให้ นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นผู้แทนเข้าร่วมลงนามในพิธีดังกล่าว พร้อมด้วย ดร.วรพงษ์ น่วมอินทร์ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ เข้าร่วมพิธี
ในโอกาสนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อยกระดับระบบการบริหารจัดการข้อมูลทางการศึกษา พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล และเชื่อมโยงฐานข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นเอกภาพ
ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวมอบนโยบายโดยเน้นย้ำว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการแก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายที่เรื้อรังมานาน ซึ่งสร้างภาระให้ครูต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน นักเรียนย้ายโรงเรียนหรือขอเอกสารการศึกษาได้ยากลำบาก และผู้บริหารต้องรอข้อมูลนานนับเดือน ความร่วมมือนี้จึงนำไปสู่การพัฒนาแอปพลิเคชัน “EduPass” ศูนย์กลาง One Platform ทางการศึกษาตัวแรกของกระทรวงฯ ที่เชื่อมโยงนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากร ให้เข้าถึงบริการการศึกษาทั้งหมด เช่น ข้อมูลการเรียน การสมัครเรียน ทุนการศึกษา และสวัสดิการต่าง ๆ ได้ในหน้าจอเดียว
ระบบเบื้องหลังขับเคลื่อนด้วย Education ID และ Learner ID บนฐานนายทะเบียนดิจิทัล 4 ระดับ (กระทรวง, กรม, เขตพื้นที่ฯ, โรงเรียน) พร้อมระบบ Single Sign-On (SSO) ที่ยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียวก็เข้าถึงได้ทุกบริการ โดยได้รับการรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลจาก ETDA และพร้อมเชื่อมโยงกับระบบ ThaID, Health ID รวมถึงกระทรวงแรงงาน และกระทรวง อว. ในอนาคต
พร้อมกันนี้ ได้มอบข้อสั่งการ 5 ประการ เพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง ได้แก่
1. ให้ INET จัดทำ White Paper สรุปผลประโยชน์ ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการใช้ระบบดิจิทัล
2. ให้ทุกหน่วยงานแต่งตั้ง ผู้ประสานงานหน่วยงานละ 1 คน เพื่อรวบรวมข้อจำกัดและความต้องการจากหน้างาน
3. พัฒนา Dashboard แสดงผล Real-time เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างแม่นยำ
4. เร่งนำร่องระบบ ร่วมกับ สสวท. หรือ สพฐ. โดยตั้งเป้าเปิดใช้งานจริงภายใน 6 เดือน
5. สร้างการรับรู้ และสื่อสารแก่บุคลากรทุกระดับเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
โดยกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งเป้าให้มีการเปลี่ยนผ่านสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี พ.ศ. 2570 เพื่อให้การกำหนดนโยบายขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูล (Data-driven) ทุกโรงเรียนเชื่อมโยงกันอย่างโปร่งใส และผลักดันให้แอปพลิเคชัน “EduPass” กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชน เช่นเดียวกับแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" ตลอดจนยกระดับประเทศไทยเป็นต้นแบบเทคโนโลยีทางการศึกษา (EdTech) ในภูมิภาคอาเซียนต่อไป
สำหรับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ การดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการดิจิทัล (แผนระดับ 3) และพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์มหลักของกรม ได้แก่ DOLEdemy แหล่งเรียนรู้ออนไลน์สำหรับทุกช่วงวัย, ธนาคารหน่วยกิตดิจิทัลเพื่อสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้, ระบบพอร์ตโฟลิโอผู้เรียน, และ DOLE Office Plus ระบบบริหารจัดการสำนักงานดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียนเป็นหนึ่งเดียวผ่านระบบ DOLE Learner Data ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และสอดรับกับสถาปัตยกรรมองค์กรของ สกร. ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยีในอนาคต และบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่ EduPass และ Dashboard สารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ