กำลังโหลด…
สกร. ร่วมขับเคลื่อน “ห้องสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์” เชื่อมบริการสุขภาพทางไกล ดูแลสุขภาพกายและใจผู้เรียนและบุคลากร
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือพัฒนาบริการสุขภาพทางไกล (Telemedicine) สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ประกันตน ณ ห้องประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าร่วมประชุม
การประชุมครั้งนี้มุ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษา แรงงาน และสุขภาพ เพื่อพัฒนาบริการสุขภาพทางไกลที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและการเดินทาง ครอบคลุมการออกแบบขั้นตอนการรับบริการให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ใช้ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยงาน การกำหนดมาตรฐานบริการและมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนกลไกสิทธิประโยชน์ การจ่ายชดเชยค่าบริการ และการกำหนดแผนดำเนินงานเร่งด่วนในพื้นที่นำร่องก่อนขยายผล
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงการดูแลทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครอง ซึ่งเบื้องต้นได้ตกลงเดินหน้าโครงการนำร่องในโรงเรียนมากกว่า 100 แห่ง เพื่อเสริมสร้างระบบดูแลสุขภาพจิตและป้องกันปัญหาที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรง ผ่านการพัฒนา “ห้องสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์” เชื่อมบริการจิตเวชทางไกล (Telepsychiatry) การสนับสนุนจากนักจิตวิทยา และระบบส่งต่อที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที
ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวถึงพื้นฐานความร่วมมือระหว่าง สกร. และ สปสช. ว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ทั้งหลักสูตร 70 ชั่วโมง และ 420 ชั่วโมง มีผู้เรียนเข้าร่วมกว่า 5,000 คน ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการดูแลและสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะต่อยอดความร่วมมือไปสู่การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้เรียนและบุคลากรอย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายของ สกร. มีทั้งพนักงานราชการ ผู้รับจ้างเหมาบริการ และผู้เรียนที่มีความหลากหลายด้านช่วงวัยและบริบทชีวิต โดยเฉพาะนักศึกษาอายุ 15–29 ปี ซึ่งมีจำนวนกว่า 600,000 คน รวมถึงผู้เรียนกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การเชื่อมโยงบริการสุขภาพทางไกลให้สอดคล้องกับสิทธิประกันสังคมหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของแต่ละบุคคล จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการและส่งเสริมคุณภาพชีวิตควบคู่กับการเรียนรู้
ที่ผ่านมา สกร. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับตำบลและอำเภอดำเนินการตรวจสุขภาพผู้เรียนแล้วเกือบ 300,000 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านการส่งต่อข้อมูลและการติดตามดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง หากสามารถนำระบบ Telemedicine มาเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของ สปสช. และสำนักงานประกันสังคม จะช่วยเติมเต็มระบบดูแลตั้งแต่การคัดกรอง การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการส่งต่อเพื่อรับการรักษา พร้อมสนับสนุนการทำงานของครูและศูนย์แนะแนวดูแลผู้เรียนให้สามารถประสานความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้ สกร. เข้ามามีส่วนร่วมในการหารือ พร้อมแสดงความพร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบดูแลสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและบุคลากร ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ และส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน