กำลังโหลด…

ค้นหา

สกร. ร่วมเวทีนานาชาติด้านความเสมอภาคทางการศึกษา ชู “Flexible Learning” ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout

สกร. ร่วมเวทีนานาชาติด้านความเสมอภาคทางการศึกษา ชู “Flexible Learning” ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout

23 ตุลาคม 2569

สกร. ร่วมเวทีนานาชาติด้านความเสมอภาคทางการศึกษา ชู “Flexible Learning” ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้ นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นผู้แทนกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสาวพุทธเนตร คุณส่งสมบัติ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 (The 4th International Conference on Equitable Education) ภายใต้หัวข้อ “Designing Tomorrow’s Equity: Equitable Solutions for Out-of-School Children and Youth by 2030 and Beyond” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–24 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม จังหวัดนนทบุรี

ในช่วงเช้า นายโยฑิน สมโนนนท์ ได้เข้าร่วมการประชุมแบบปิด “Closed-Door Country Consultation on the Toolkit on Flexible and Inclusive Learning for South-East Asia” ซึ่งเป็นเวทีหารือเฉพาะผู้ได้รับเชิญจากประเทศอาเซียนและประเทศที่เกี่ยวข้อง (ASEAN+) เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาชุดเครื่องมือระดับภูมิภาคด้านการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม โดยมีผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย ไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รวมถึงภาคีเครือข่ายด้านความเสมอภาคทางการศึกษาเข้าร่วม

จากนั้น นายโยฑิน สมโนนนท์ พร้อมคณะ ได้เข้าร่วม พิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 โดยมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ นางสาวซูฮยอน คิม (Ms. Soohyun Kim) ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ (UNESCO Bangkok) ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วม โดย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ การป้องกันและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบและตกหล่นจากระบบการศึกษา ให้สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้และได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สำหรับการประชุมแบบปิดในช่วงเช้า ที่ประชุมให้ความสำคัญกับ เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning Pathways) เพื่อเป็นกลไกในการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนนอกระบบ โดยคำนึงถึงความแตกต่างและบริบทของผู้เรียนแต่ละบุคคล ให้ความสำคัญกับการยอมรับความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เดิม การออกแบบรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม ตลอดจนการพัฒนาทักษะดิจิทัล ทักษะอาชีพ และทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG 4)

นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดและความต้องการแตกต่างกันสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง โดยในที่ประชุมได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout ซึ่งมุ่งป้องกัน ช่วยเหลือ และสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบหรือตกหล่นจากระบบการศึกษา ด้วยสาเหตุต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว สังคม การตั้งครรภ์ในวัยเรียน และข้อจำกัดอื่น ๆ สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้ได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยให้ความสำคัญกับการนำ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เดิมของผู้เรียน มาใช้ประโยชน์ รวมถึงการเทียบระดับและรับรองผลการเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองและได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาตามศักยภาพและความเหมาะสม ตลอดจนสามารถนำความรู้และทักษะไปต่อยอดสู่การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการมีงานทำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Flexible Learning Pathways ที่มุ่งสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ผู้เรียนแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ นายโยฑิน สมโนนนท์ ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นกับผู้แทนด้านการศึกษาจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รวมถึงภาคีเครือข่ายด้านความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของผู้เรียนแต่ละบุคคล อันจะช่วยสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

การเข้าร่วมเวทีนานาชาติครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นกับนานาประเทศ ตลอดจนสะท้อนบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ควบคู่กับการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง พัฒนาศักยภาพ และต่อยอดสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery