กำลังโหลด…

ค้นหา

สกร. ร่วมพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” มุ่งขับเคลื่อนภาครัฐโปร่งใส ยกระดับบริการประชาชน

สกร. ร่วมพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” มุ่งขับเคลื่อนภาครัฐโปร่งใส ยกระดับบริการประชาชน

29 ตุลาคม 2569

สกร. ร่วมพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” มุ่งขับเคลื่อนภาครัฐโปร่งใส ยกระดับบริการประชาชน

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมาย ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยนางสาวสุชานันท์ อ้อหิรัญ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ และนางสาวมะลิวัลย์ สิทธิสมบูรณ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน เข้าร่วมพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา ภายใต้แนวคิด "Shift for Transparency: มองให้ไกล เปลี่ยนให้ทัน สร้างรัฐโปร่งใส"
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธาน

ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) ได้กล่าวถึง วัตถุประสงค์และภาพรวมการขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา ว่า จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการปรับโครงสร้างภาครัฐให้มีความโปร่งใส ยกระดับการให้บริการประชาชนและภาคเอกชน ลดต้นทุนและเวลาในการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานภาครัฐให้เทียบเท่าระดับสากล
โดยกำหนดยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อน 3 มิติหลัก ดังนี้
มิติแรก คือ การปรับปรุงกระบวนการทำงาน ที่มุ่งเน้นกระบวนการทำงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กรมสรรพากรได้นำร่องเรื่องลดระยะเวลาการคืนภาษีนิติบุคคลจาก 100 วัน เหลือเพียง 5 วัน ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระดอกเบี้ยของภาคเอกชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

มิติที่ 2 คือ การปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาทดแทนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อความเที่ยงตรง ตรวจสอบได้ และลดช่องทางการทุจริต เช่น กรมที่ดินพัฒนาระบบชำระภาษีที่ดินออนไลน์ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของประชาชน

มิติที่ 3 คือ การทบทวนและแก้ไขกฎหมาย ประกาศ หรือระเบียบล้าสมัยที่สร้างภาระเกินจำเป็นแก่ประชาชนและเอกชนควบคู่กับการจัดตั้งระบบรับแจ้งเบาะแส (Whistleblower) ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยประเมินความสำเร็จจากผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คืนกลับสู่สังคมจริง

ในส่วนของตัวชี้วัดความสำเร็จโครงการจะไม่ใช้วัดผลจากเพียงจำนวนหน่วยงานหรือจำนวนผู้เข้าร่วม แต่จะประเมินจาก ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น จำนวนกระบวนการที่ได้รับการปรับปรุงและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จริง จำนวนกฎหมาย/ระเบียบที่ได้รับการแก้ไขเพื่อความสะดวกของประชาชน นอกจากนี้ ตัวชี้วัดที่สำคัญที่มุ่งสู่ประชาชนคือ การคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการประเมินมูลค่าความประหยัดด้านเวลาและต้นทุนที่คืนกลับสู่ประชาชนและภาคเอกชนอีกด้วย  

ในท้ายที่สุด สำนักงาน ก.พ.ร. ได้เน้นย้ำและมีข้อสั่งการให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานนำแนวคิดของโครงการนี้ไปเร่งรัดลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมภายในกรอบระยะเวลา 1 ปีนี้

Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery
Gallery