กำลังโหลด…
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในโอกาสเข้าร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการศึกษา ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
ในการนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้ ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยนายธานี เครืออยู่ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน เข้าร่วมการหารือดังกล่าว
การหารือครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านสิทธิเด็ก สิทธิทางการศึกษา และการคุ้มครองผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา รวม 6 ประเด็น ได้แก่
1. การสร้างความปลอดภัยในโรงเรียนของรัฐและเอกชน
2. การป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาตามโครงการ “Thailand Zero Dropout”
3. การป้องกันความเสี่ยงของเด็กบนโลกออนไลน์
4. การปรับเปลี่ยนลักษณะการจ้างงานตำแหน่งธุรการโรงเรียนและนักการภารโรงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากการจ้างเหมาบริการกลับไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว
5. การศึกษาของเด็กผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราว
6. การไว้ทรงผมของนักเรียน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำความสำคัญของการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเป็นธรรมและการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการดูแลเด็กและผู้เรียนจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยหรืออยู่ในภาวะยากลำบาก ให้สามารถเข้าถึงสิทธิ โอกาส และทรัพยากรของรัฐได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเด็นด้านกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของเด็กและผู้เรียนเกิดผลในทางปฏิบัติ
กระทรวงศึกษาธิการพร้อมประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างใกล้ชิด ทั้งในการรับฟังข้อเสนอแนะ การติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนากลไกการดำเนินงาน เพื่อให้เด็กและผู้เรียนทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเป็นธรรม
สำหรับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมสนับสนุนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและร่วมขับเคลื่อนการคุ้มครองสิทธิทางการศึกษาในภารกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ผู้ขาดโอกาส และกลุ่มเปราะบาง สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้หรือได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองตามความต้องการและบริบทของแต่ละบุคคล
สกร. จะใช้กลไกการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ รวมทั้งการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการเรียนรู้ และทำให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมอย่างเสมอภาค อันเป็นส่วนสำคัญของการคุ้มครองสิทธิทางการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม