กำลังโหลด…
สกร. ผนึก อว.–สนช. ปั้น “ครูนวัตกร” เปลี่ยนโจทย์ชุมชนเป็นโอกาส สร้างอาชีพ–เพิ่มรายได้ ต่อยอดการเรียนรู้สู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“ใช้พื้นที่เป็นฐาน เอาชุมชนเป็นโจทย์ และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือ” หัวใจสำคัญที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มุ่งพัฒนา “ครู สกร.” สู่การเป็น “ครูนวัตกร” ผู้เชื่อมองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้กลายเป็นโอกาสเรียนรู้และโอกาสสร้างรายได้ของประชาชน
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมกิจกรรม MHESI Innovative Teacher Awards 2026 : ครูนวัตกร ผู้ขับเคลื่อนพื้นที่ชุมชนสู่เมืองนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ระดับประเทศ ณ โรงแรมกราฟ กรุงเทพมหานคร จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหาร เครือข่าย อว. ส่วนหน้า ผู้บริหารและครู สกร. ตลอดจนภาคีเครือข่ายเข้าร่วม
นายอัครนันท์ ได้มอบนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนาครูควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้เรียนทุกช่วงวัย พร้อมชี้ว่า “ครู สกร.” เป็นกำลังสำคัญที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน เมื่อได้รับการเติมเต็มองค์ความรู้ เครื่องมือ และทักษะที่ทันสมัย จะเป็น “พลังทวีคูณ” ในการสร้างโอกาส พัฒนาอาชีพ และช่วยให้ชุมชนก้าวพ้นข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ องค์ความรู้จากโครงการต้องนำไปใช้ในพื้นที่จริง โดยเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย คลินิกเทคโนโลยี ครู สกร. และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจาก Local สู่ Global
ด้านนายดนุพร เน้นบทบาท “ครูนวัตกร” เสมือนนักวิจัยประจำชุมชน ผู้เข้าใจปัญหาและความต้องการของพื้นที่ โดยมีเครือข่ายมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นพี่เลี้ยง สนับสนุนตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดและต้นแบบ การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และเชื่อมโอกาสทางธุรกิจ พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนนอกระบบการศึกษากลับมาเรียนรู้และพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการในชุมชน
ดร.เกศทิพย์ ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่าง สกร. และ สป.อว. ในการพัฒนาครูผ่านกระบวนการ STEAM4Innovator ที่พัฒนาร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) โดยมีครู สกร. ได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะแล้วกว่า 11,721 คน ผ่านการอบรมเชิงลึกมากกว่า 740 คน และต่อยอดสู่โครงการนำร่องต้นแบบด้านนวัตกรรม 106 ผลงาน สะท้อนศักยภาพของครูในการนำความรู้มาออกแบบการเรียนรู้และแก้ปัญหาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
อธิบดี สกร. ยังได้ร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมเจ้าของแนวคิดนวัตกรรม 25 ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย จากผู้สมัครเริ่มต้นกว่า 1,000 คน โดยเน้นย้ำว่า ครู สกร. คือ “สะพานเชื่อม” ระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับชีวิตจริงของประชาชน สามารถนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทั้งทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และความเข้มแข็งของชุมชน
แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงการเรียนรู้ใน 2 มิติ คือ แกน Y การนำความรู้ไปสร้างนวัตกรรมตามแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้เพื่อสร้างมูลค่าและรายได้ และแกน X การเชื่อมบริบทพื้นที่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน และประสบการณ์จริง ให้เกิดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ประชาชนแต่ละชุมชน สอดคล้องกับภารกิจ สกร. ที่มุ่งให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้และนำความรู้ไปพัฒนาชีวิตได้จริง
เพื่อขยายผลอย่างต่อเนื่อง สกร. มีนโยบายจัดทำ “คลังบุคลากร” พัฒนาวิทยากรตัวคูณ (Trainer) ให้เป็นกำลังสำคัญในการทำงานร่วมกับ อว. ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเตรียมเชื่อมโยงผลงานนวัตกรรมกับระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ทั้งด้านการเทียบโอนระดับการศึกษา การพัฒนาตนเองผ่านหลักสูตรระยะสั้น และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ความรู้และประสบการณ์จากการลงมือทำสามารถต่อยอดสู่โอกาสทางการศึกษาได้
ภายในงานมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผลงานแนวคิดนวัตกรรมระดับประเทศ 5 ผลงาน จาก 25 ผลงานระดับภูมิภาค ได้แก่ การพัฒนาผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาก้อนพร้อมชง NARA TQ (Tea Cube) จังหวัดนราธิวาส ผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าพื้นเมือง BORO Style จังหวัดสกลนคร ดอยยาวสกุล (DOIYAO School) จังหวัดลำพูน และบอร์ดเกม Eco-Mango เรียนรู้ระบบนิเวศสวนมะม่วงบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยผลงานที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อต่อยอดในพื้นที่ในปี พ.ศ. 2570
นอกจากนี้ สกร. ยังร่วมจัดแสดงผลงานที่สะท้อนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้ง PHAO Learning District โมเดลการศึกษาไร้รอยต่อ เชื่อมการเรียนรู้จาก 11 ตำบลพื้นราบสู่ 10 ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บนพื้นที่สูง, SAMKO GREEN MODEL ระบบนิเวศเกษตรปลอดภัยและสังคมการเรียนรู้ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง และชุดพานขันหมากจากโสนหางไก่ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนำทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าให้ชุมชน
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของ สกร. ในการพัฒนาครูให้เป็นผู้นำการเรียนรู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เชื่อม “ความรู้” สู่ “อาชีพ” และ “นวัตกรรม” สู่ “คุณภาพชีวิต” เพื่อให้ประชาชนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ผ่านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และร่วมทำให้ “สกร. อยู่ในใจทุกครัวเรือน”