สกร. หนุน “วิสาหกิจชุมชนภูตาล” ต้นแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต พลิกภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับชุมชนด้วยธนาคารหน่วยกิต
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและหารือแนวทางการพัฒนาศักยภาพชุมชน ณ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนวิสาหกิจกลุ่มภูตาล เลขที่ 40/1 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 17 ปี และเป็นหนึ่งในต้นแบบการพัฒนาอาชีพจากฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนวิสาหกิจกลุ่มภูตาลมีสมาชิกและผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวมกว่า 94 คน มีวิทยากรประจำศูนย์จำนวน 6 คน ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ โดยเปิดสอนหลักสูตรอาชีพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งงานหัตถกรรม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า อาทิ การตัดเย็บเสื้อผ้าและกระเป๋าจากผ้าพื้นถิ่น การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้า การทำเครื่องประดับจากเศษผ้า การปั๊มผ้าย้อมสีธรรมชาติ การทำยาดมสมุนไพร การทำถ่านดูดกลิ่น การทำปุ๋ยจากวัสดุธรรมชาติ การทำถุงหอมจากพืชในท้องถิ่น การทำชาจากใบชะพลู การทำดอกไม้จากใบตาล และการทำงวงตาลหอม ซึ่งล้วนสามารถต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูตาลมีความเข้มแข็งอย่างยิ่ง สมาชิกดำเนินงานร่วมกันด้วยความผูกพันและจิตอาสา เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน ผลิตภัณฑ์จำนวนมากได้รับการรับรองมาตรฐาน OTOP ระดับ 5 ดาว และเป็นสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม โดยเฉพาะงานหัตถกรรมจากไม้ตาล กะลาตาล และผ้าย้อมสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น เช่น ใบเทพทาโรและดอกจำปูน ซึ่งได้รับความนิยมสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ห้างสยามพารากอน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศแคนาดา จนในบางช่วงไม่สามารถผลิตได้ทันต่อความต้องการของตลาด
นอกจากนี้ กลุ่มยังมีการพัฒนานวัตกรรมต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น การพัฒนาถ่านดูดกลิ่น โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน “ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีทักษะและประสบการณ์จากการทำงานจริง แม้จะมีวุฒิการศึกษาเดิมไม่สูง สามารถนำความรู้ความสามารถมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้อย่างเป็นธรรม โดยจะเน้นการประเมินจากผลงานจริงและศักยภาพในการปฏิบัติงาน มากกว่าการวัดผลจากการสอบในห้องเรียน พร้อมเสริมความรู้ที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน อาทิ การเงิน การตลาด และการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
พร้อมกันนี้ สกร. ยังมีแนวทางในการยกย่องเชิดชูเกียรติวิทยากรและปราชญ์ชาวบ้านที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยจะจัดทำใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และผลักดันให้เป็น “วิทยากรต้นแบบ” สำหรับขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ ตลอดจนเตรียมต่อยอดความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเปลี่ยน “ภูมิปัญญา” ให้เป็น “คุณค่า” เปลี่ยน “ผลงาน” ให้เป็น “วุฒิการศึกษา” และยกระดับศักยภาพของคนในชุมชนให้สามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิ พร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน