เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 สกร. ร่วมกับ CP ALL โดยวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “แนวปฏิบัติในการจัดทำผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายแผนค้าปลีก และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง” ณ ห้องประชุมปัญญางาม ชั้น 5 วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ จังหวัดนนทบุรี โดยจัดในรูปแบบผสมผสานทั้งแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Microsoft Teams
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร น่าน ชลบุรี ระยอง สระแก้ว และภูเก็ต รวมถึงผู้แทนจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขต ทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้อำนวยการและบุคลากรกองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งระบบ Onsite และ Online กว่า 130 คน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและกำหนดทิศทางการดำเนินงานอย่างเป็นระบบระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้กับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การวัดและประเมินผล และแนวทางการจัดทำเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
สาระสำคัญของการประชุมมุ่งเน้นการขับเคลื่อนความร่วมมือทางการศึกษาระหว่าง สกร. และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายแผนค้าปลีกให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยบูรณาการหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เข้ากับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2567 กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ และนำผลการเรียนไปเทียบโอนเป็นรายวิชาเลือก รวมถึงสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
โอกาสนี้ อธิบดี สกร. ได้กล่าวถึงสาระสำคัญของการดำเนินงานว่า หัวใจของการจัดการศึกษาในปัจจุบันต้องมองที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะแนวคิด “Learn to Earn” ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริงและสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง พร้อมเน้นย้ำว่า การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงการสะสมวิชา แต่คือการนำองค์ความรู้จากหลายศาสตร์มาประมวลผลให้เกิดสมรรถนะ สามารถตอบโจทย์ชีวิตและการทำงานได้อย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ อธิบดี สกร. ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงบทบาทสำคัญของ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันแนวคิดความร่วมมือเชิงบูรณาการด้านการศึกษาและอาชีพ จนทำให้เกิดโครงการที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นจริง และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน
อธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับ CP ALL ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการจัดการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนได้เห็นเส้นทางชีวิตของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านอาชีพ รายได้ และความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งสะท้อนผ่านรอยยิ้ม ความมั่นใจ และความภาคภูมิใจของผู้เรียนและครอบครัว นับเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด Learn to Earn อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการจัดระบบการเรียนรู้ที่พร้อมต่อการนำไปใช้จริง โดยเปรียบเสมือนการจัดเตรียมองค์ความรู้ให้ครบถ้วน เชื่อมโยงเป็นหน่วยกิต สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และนำไปเทียบเป็นคุณวุฒิทางการศึกษาได้จริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตามแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566
สำหรับการดำเนินงานในปีการศึกษา 2568 ได้มีการนำร่องใน 7 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี สระแก้ว ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต น่าน และกรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมโครงการเริ่มต้น 39 คน และปัจจุบันมีผู้เรียนที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษานี้จำนวน 19 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการดำเนินงานความร่วมมือดังกล่าว และจะดำเนินการขยายโควต้าพื้นที่โครงการรับนักศึกษา สกร.ระดับเขต กทม. และสกร.ระดับอำเภอใน 6จังหวัดนำร่อง ที่จะดำเนินงานปีการศึกษา 2569 จำนวน 250 คน
ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับหนังสือรับรองจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐานอาชีพจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) อีกทั้งยังสามารถนำผลการเรียนไปสะสมในระบบธนาคารหน่วยกิต เพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือเข้าสู่การทำงานในสถานประกอบการจริงได้อย่างมั่นคง
อธิบดี สกร. ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือนักศึกษาเพียงหนึ่งคน ไม่ได้หมายถึงการช่วยเพียงคนเดียว แต่หมายถึงการสร้างโอกาสให้ทั้งครอบครัว ชุมชน และสังคม เพราะเมื่อผู้เรียนมีทักษะ มีอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ย่อมสามารถกลับมาสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ทุกแห่ง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับโลกการทำงานจริง สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถก้าวสู่การมีงานทำอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป