วันที่ 30 มกราคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการโครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริ” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ในการนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ดร.สมเกียรติ ชอบผล พ.อ.หญิง นันทพร วีรวัฒน์ ที่ปรึกษางานโครงการตามพระราชดำริ และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เฝ้าฯ รับเสด็จ
โอกาสนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารประกอบการประชุม จากนั้น นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาและผลการดำเนินงานโครงการ มีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ที่มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้” เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และป่าต้นน้ำ ควบคู่กับการสร้างอาชีพให้ประชาชน ผ่านการปลูกป่าแบบผสมผสานตามลำดับชั้นเรือนยอด ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 62,436 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 266,172.60 ไร่
ในปี พ.ศ. 2569 กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมกับกรมป่าไม้ และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน อาทิ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กรมการปกครอง กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตลอดจนภาคเอกชน ได้บูรณาการการทำงานด้านการเรียนรู้ควบคู่การพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลากว่า 13 ปี จึงจัดการประชุมวิชาการในครั้งนี้ ภายใต้หัวข้อ“๑๓ ปี พระเมตตา สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง”เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และต่อยอดการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืน
จากนั้น ได้กราบบังคมทูลเบิกบุคคลต้นแบบ กลุ่มต้นแบบ นวัตกรรมต้นแบบ และผู้ปฏิบัติงานต้นแบบ รวมทั้งสิ้น 36 ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ
โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุม ความว่า
“ ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเปิดการประชุมวิชาการโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ที่จัดขึ้นในวันนี้
การดำเนินงานโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ การมีจิตสำนึก ความพร้อมใจกันของหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกับชุมชนที่ใช้ประโยชน์จากป่า เพื่อ กำหนดแนวทางที่จะช่วยให้ชุมชนอยู่ ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลกัน ป่ามีคุณ ประโยชน์มหาศาลต่อทุกชีวิต เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และยังช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน การอนุรักษ์ป่าให้คงสภาพสมบูรณ์ การเพิ่มจำนวนพันธุ์ไม้ที่ดีให้ป่าหนาแน่นยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อคนจะได้ใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่าง ยั่งยืน การนี้จะสำเร็จได้ต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และต้อง ปลูกจิตสำนึกรักป่ารักธรรมชาติให้แก่สมาชิกในชุมชนทุกคนตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อจะได้ช่วยกันดูแลรักษาป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรอันมีค่าในพื้นที่ของตนเองสืบต่อไป
ขอขอบใจทุกหน่วยงานและทุกคน ที่ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงานโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ขอให้ทุกคนมีความผาสุกสวัสดี มีความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงานและการดำเนินชีวิตโดยทั่วกัน
ได้เวลาอันควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิด การประชุมวิชาการโครงการสร้าง ป่า สร้างรายได้ ณ บัดนี้ ”
จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เทิดพระเกียรติ เรื่อง“๑๓ ปี พระเมตตา สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง”และทอดพระเนตรการนำเสนอผลงานของบุคคลต้นแบบ กลุ่มต้นแบบ และผู้ปฏิบัติงานต้นแบบ ทั้ง 3 ประเภท
ทอดพระเนตรการแสดงเทิดพระเกียรติชุด “ป่าของแผ่นดิน ป่าของชีวิต” โดยผู้เรียนจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ป่า และนิทรรศการต่อยอดการสร้างรายได้จากเครือข่ายภาครัฐและเอกชน อาทิ– บริษัทคั้นกี่น้ำเต้าทอง จำกัด– บริษัทพนาพัฒน์ เฮลท์แคร์ จำกัด– บริษัทอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทย-จีน จำกัด– กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก– ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง– สมาคมกาแฟคัดพิเศษไทย
ทอดพระเนตรกาดนัด “คัวฮอม สร้างป่า สร้างรายได้” และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้” เป็นความร่วมมือที่สำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการพัฒนาอาชีพของประชาชน โดยมุ่งเน้นแนวคิด “อยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” ผ่านการปลูกป่าแบบผสมผสาน ช่วยให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า สร้างรายได้ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะผ่านศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ที่มุ่งยกระดับทักษะอาชีพ อาทิ การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่า การแปรรูปผลผลิต การรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้อย่างมั่นคง
อธิบดี สกร. เน้นย้ำว่า แนวคิด “Learn to Earn – เรียนรู้เพื่อสร้างรายได้” คือหัวใจของโครงการ โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนด้านการตลาดและการรับซื้อผลผลิต ช่วยสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายสูงสุดของโครงการ ไม่ได้มุ่งเพียงรายได้ แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน ให้คนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่กับผืนป่าอย่างสมดุล เด็กและเยาวชนสามารถเติบโตในถิ่นฐานของตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ และมีอนาคตที่มั่นคง