วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนงานพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการประชุม “โครงการติดตามและประสานแผนการประเมินกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมซีซี รีสอร์ท อำเภอละงู จังหวัดสตูล
การประชุมครั้งนี้มี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด และผู้อำนวยการหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สตูล สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา พร้อมด้วยข้าราชการครู และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแผนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 100 คน
โอกาสนี้ อธิบดี สกร. ได้มอบแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ โดยเน้นย้ำว่า การติดตามและประเมินผลต้องเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนา เพื่อให้การดำเนินงานของทุกหน่วยงานในพื้นที่เป็นไปอย่างตรงจุด มีระบบ และสามารถสะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมกำชับให้ทุกกิจกรรมต้องคำนึงถึง ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าของงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ตามแผนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
นอกจากนี้ อธิบดี สกร. ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานโดยยึดหลัก พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 อย่างเคร่งครัด และต้องสามารถตอบโจทย์ตัวชี้วัดของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่า ตัวชี้วัดสำคัญ (KPI) ที่สถานศึกษาในพื้นที่ต้องเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายในภาคเรียนที่ 2/2568 ประกอบด้วย• ร้อยละของผู้จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 23.67 ของผู้ลงทะเบียนเรียน• คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ N-NET ต้องไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 45 โดยผู้เรียนต้องเข้าสอบและได้คะแนนในแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 1 คะแนน• การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สถานศึกษาต้องมีกิจกรรมผ่านเกณฑ์คุณภาพ ร้อยละ 100 และสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้เรียนได้ถึง ร้อยละ 95• การเบิกจ่ายงบประมาณและการพัฒนาบุคลากร ต้องดำเนินการให้ได้ ร้อยละ 100 ทั้งด้านงบประมาณและทักษะดิจิทัลของบุคลากร
พร้อมกันนี้ อธิบดี สกร. ได้กล่าวชื่นชมบุคลากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละจนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ปฏิบัติงาน โดยยกตัวอย่าง นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเติบโตมาจากโรงเรียน ตชด. เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กเพียงหนึ่งคน สามารถเปลี่ยนชีวิตและอนาคตของทั้งครอบครัวและชุมชนได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของ นักเรียน ศศช. จากอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ สกร. ในการค้นหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถ จนสามารถผลักดัน “ช้างเผือก” ให้ก้าวสู่เวทีระดับประเทศและระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานของ สกร. ในระยะต่อไป อธิบดี สกร. ได้กล่าวว่า สกร. มุ่งหวังให้เป็นหน่วยงานที่ “อยู่ในใจทุกครัวเรือน” ผ่านการขับเคลื่อนโครงการที่เน้นทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ โดยเฉพาะแนวทาง เกษตรปัญญาธรรมชาติ เพื่อสร้างวิถี Learn to Earn ให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้ระดับครัวเรือน และมีสุขภาพแข็งแรงจากการบริโภคอาหารปลอดสารและปลอดภัย
แนวทางดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ มูลนิธิ MOA ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมุ่งดูแลประชาชนทุกช่วงวัยผ่านการพัฒนาเกษตรยั่งยืน และสอดคล้องกับหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์สำคัญที่ สกร. ได้น้อมนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ช่วงท้าย อธิบดี สกร. ได้ฝากความห่วงใยถึงบุคลากร สกร. ในพื้นที่ว่า ต้องดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้แข็งแรง ก่อนที่จะไปพัฒนาผู้อื่น พร้อมสนับสนุนให้ศูนย์ฝึกและหน่วยงานต่าง ๆ มีพื้นที่ปลูกผักของตนเอง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและมีความสุข
พร้อมย้ำว่าบุคลากร สกร. ทุกคนคือ “ครอบครัวเดียวกัน” หากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความทุกข์ใจหรือพบปัญหาใด ๆ สามารถสื่อสารมายังตนเองผ่าน เพจภารกิจอธิบดี ได้โดยตรง ซึ่งจะมีทีมงานติดตามอ่านและเร่งประสานแก้ไขปัญหาจากส่วนกลางอย่างทันท่วงที เพื่อสนับสนุนและตอบแทนความทุ่มเทของบุคลากร สกร. ทุกคนอย่างเต็มกำลัง