วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานเปิดโครงการ “Learn to Earn สร้างงาน สร้างรายได้ เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายชวนชัย วิเวก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สกร.ระดับอำเภอ และบุคลากรในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
โอกาสนี้ อธิบดี สกร. ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและกิจกรรมสาธิตการทำขนมพื้นเมือง พร้อมร่วมทดลองทำด้วยตนเองร่วมกับคณะครูและนักศึกษา ซึ่งเป็นขนมท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน โดยกิจกรรมมุ่งส่งเสริมการต่อยอดภูมิปัญญาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ อาทิ การพัฒนาสูตรขนมเพื่อสุขภาพ ผ่านการปรับลดน้ำตาลหรือใช้สารทดแทน เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และยกระดับองค์ความรู้ด้านการทำขนมให้เป็น ทักษะอาชีพใหม่ (New Skill) ที่สามารถสร้างรายได้จริงให้กับคนในชุมชน
นอกจากนี้ ในระหว่างการเยี่ยมชมกิจกรรม Sweet Heritage อธิบดีฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการนำเสนอขนมไทยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในมิติสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้มีการพัฒนาข้อมูลกำกับขนมแต่ละชนิดในลักษณะ “โภชนาการเพื่อการบริโภคอย่างเหมาะสม” อาทิ การคำนวณหรือประเมินปริมาณสารอาหารเบื้องต้น เช่น น้ำตาล ไขมัน และพลังงาน เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเจ็บป่วย สามารถพิจารณาได้ว่าควรบริโภคขนมชนิดใดในปริมาณเท่าใด หรือควรหลีกเลี่ยงขนมชนิดใด เพื่อให้การส่งเสริมขนมไทยสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า การเรียนรู้ของ สกร. ต้องเป็นการเรียนรู้ที่เข้าถึงประชาชนทุกครัวเรือน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่ไม่ใช่เพียงการรับชม แต่เป็นการลงมือทำ ฝึกปฏิบัติ และต่อยอดจนเกิดความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีการนำเสนอขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสุโขทัย อาทิ ขนมพระร่วง ขนมตาลจี่ ขนมข้าวโค้ง ขนมบุษบา ขนม 4 ถ้วย และข้าวตอกข้าวปู โดยมีนักศึกษา สกร. เป็นผู้สาธิตการทำด้วยตนเอง พร้อมทั้งมีแนวคิดสนับสนุนให้เกิดกองทุนส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถยืมเงินทุนไปสร้างอาชีพจากทักษะการทำขนมเหล่านี้ โดยมุ่งหวังให้เกิดรายได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีแนวทางต่อยอดในอนาคตด้วยการนำสินค้าจากทั่วประเทศมาจัดแสดงร่วมกันเพื่อขยายตลาดและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
“กิจกรรมนี้จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ขนมโบราณ แต่เป็นการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อสร้างความสุข สร้างสุขภาพที่ดี และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน” อธิบดี สกร. กล่าว
หลังจากนั้น อธิบดีได้เยี่ยมชมการจัดกิจกรรมของ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ตามความต้องการของผู้เรียน เพื่อสร้างทักษะอาชีพที่ยั่งยืน อาทิ การทำตลาดออนไลน์ การส่งเสริมทักษะดิจิทัล และการใช้นวัตกรรม AI มาสนับสนุนการค้นคว้า พร้อมทั้งกล่าวถึงความสำคัญของการเห็นคุณค่าในตนเอง และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนในระยะต่อไป โดยมีแผนที่จะดำเนินโครงการจัดการเรียนรู้และการอบรมในรูปแบบ “หลักสูตรคอร์สออนไลน์” ร่วมกับ บริษัท Shopee (ประเทศไทย) เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและกลุ่มเป้าหมายสามารถต่อยอดความรู้สู่การสร้างรายได้ทางออนไลน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัท Shopee จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูล แนวทาง และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์
อธิบดีฯ ได้พูดคุยและให้ข้อแนะนำแก่นักศึกษา พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจให้เตรียมความพร้อมเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเมื่อมีการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของ สกร. ที่ต้องการให้ผู้เรียนได้ เรียนในสิ่งที่อยากเรียน และเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในการประกอบอาชีพได้จริง ทั้งนี้ แนวคิดของโครงการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการทำตามกระแสในระยะสั้น แต่ต้องการให้ผู้เรียนมีหลักคิดและแนวทางการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดความมั่นคงในอนาคต
พร้อมกันนี้ อธิบดีฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สกร. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุน (Support) ให้ผู้เรียนสามารถค้นพบสิ่งที่อยากเรียน และจัดหาแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถบริหารจัดการรายได้หรือพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการนำความรู้ไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมกลุ่มกิจกรรมทักษะชีวิตและวิชาชีพระยะสั้นของนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นกันเอง
ในโอกาสนี้ อธิบดีเกศทิพย์ ได้ให้คำแนะนำด้านนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านแก่บรรณารักษ์ โดยเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนจากการส่งเสริมการอ่านแบบเดิม ไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่เข้าถึงผู้เรียนได้มากขึ้น เช่น การใช้ TikTok เพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ และการส่งเสริมให้ผู้อ่านนำสิ่งที่อ่านมาถอดบทเรียนเป็นผลงานรูปธรรม อาทิ การวาดภาพ การทำ Mind Map หรือแม้แต่การนำ “ลายสือไทย” มาประยุกต์ออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า
พร้อมกันนี้ อธิบดีฯ ได้ให้ข้อคิดแก่นักศึกษาในการสร้าง “พลังบวก” และการเห็นคุณค่าในตนเอง โดยกล่าวว่า ความสุขและความทุกข์ขึ้นอยู่กับการบริหารจิตใจของตนเอง ต้องรู้จักรักตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อเป้าหมายชีวิต มีวินัย และมีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการทำ
อีกทั้ง อธิบดีฯ ได้กล่าวถึง การพัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สู่หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 ซึ่งเป็นการปรับแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยมุ่งให้การศึกษาไม่เป็นภาระที่ทำให้ผู้เรียนเคร่งเครียดกับการท่องจำเพื่อสอบเพียงกระดาษแผ่นเดียว แต่ควรนำ “โลกความเป็นจริง” มาเป็นฐาน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ท้ายที่สุด อธิบดีได้พบกับ อ.แฉล้ม ธนาทิพยกุล จิตอาสาผู้วาดภาพงานจิตรกรรมฝาผนังลายเส้นวรรณคดีไทยโบราณ และงานศิลปหัตถกรรมวาดลายเส้นเครื่องสังคโลกสุโขทัย ซึ่งอุทิศตนวาดภาพประจำอยู่ตามวัดต่าง ๆ ในอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังจิตอาสาและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรได้รับการส่งเสริมและยกย่อง
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่มุ่งให้การเรียนรู้เป็นเครื่องมือในการสร้างความสุข สร้างอาชีพ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างครบทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน