อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบนโยบายผู้บริหารส่วนกลางและ สกร.จังหวัดลพบุรีย้ำ “รักษารากเหง้า–ยึดหลักธรรมาภิบาล–ใช้ใจนำการทำงาน” สร้างองค์กรใหม่ภายใต้กฎหมายการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารส่วนกลาง ผู้บริหารและบุคลากร สกร. ประจำจังหวัดลพบุรี และผู้บริหารกลุ่มเจ้าพระยาป่าสัก โดยเน้นย้ำการ “รักษารากเหง้า” ผ่านการแต่งกายด้วยชุดไทย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ

อธิบดีฯ กล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญสูงสุดคือการมีพระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในหัวใจ และตระหนักถึงคุณของแผ่นดิน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจที่หล่อหลอมให้บุคลากร สกร. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ และกตัญญูต่อหน้าที่ราชการ

ในมิติของการบริหารจัดการ อธิบดีฯ ชี้ให้เห็นว่า กศน. เป็นส่วนย่อยภายใต้ สกร. การเปลี่ยนผ่านตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ฉบับใหม่ มิได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน แต่เป็นการปรับโครงสร้างและแนวคิดการทำงานครั้งสำคัญ ซึ่งมาพร้อมกับความท้าทายและกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะการประเมินผลในรอบ 3 ปี รวมถึงการเร่งรัดโครงการสำคัญให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม

บุคลากรทุกระดับจึงต้องยึดหลักการทำงานอย่างเคร่งครัด มีระเบียบวินัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน

อธิบดีฯ ยังเน้นว่า สกร. ไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างโดดเดี่ยว ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน คือพลังสำคัญเสมือนแขนขาที่ช่วยขยายโอกาสทางการเรียนรู้สู่ประชาชนอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การบริหารงานในยุคใหม่ยังเปิดกว้างผ่านการแต่งตั้งที่ปรึกษาอธิบดี เพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขามาร่วมเสริมศักยภาพองค์กร

การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ภายใต้พระราชบัญญัติฉบับใหม่ จึงเป็นการวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการ “ใช้ใจนำการทำงาน” สร้างความภาคภูมิใจในตนเองแก่บุคลากรทุกคน เพราะเมื่อเห็นคุณค่าในตนเอง ย่อมมีพลังในการส่งต่อความรู้ และให้บริการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพแก่ประชาชน

ท้ายที่สุด อธิบดีฯ ฝากข้อคิดว่า หัวใจของการทำงานอย่างยั่งยืนคือ “ทำดี มองโลกในแง่บวก และมีความสุขกับปัจจุบัน” หากบุคลากร สกร. ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ยึดมั่นในหลักการ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และทำงานด้วยความสุข กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะสามารถยืนหยัดเป็นเสาหลักของสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทยได้อย่างสง่างามและมั่นคง