วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ลงพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ สกร. ระดับอำเภออุ้มผาง และติดตามความก้าวหน้าโครงการ School Stay ของโรงเรียนโมโกรวิทยาคม โดยในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่โรงเรียนโมโกรวิทยาคม เครือข่ายของ สกร. เพื่อติดตามการขับเคลื่อนโครงการ School Stay ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่พักเชิงทัศนศึกษา บริหารจัดการโดยนักเรียน ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากของจริง ทำจริง บริหารจริง” เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอาชีพ
โครงการดังกล่าวรองรับนักท่องเที่ยวทั้งระยะยาวและระยะสั้นตามความสนใจของผู้เข้าพัก โดยโรงเรียนได้ออกแบบกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น การเรียนทำอาหารและขนมไทย การทำเกษตรประณีต และกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ ควบคู่กับการวางระบบบริหารจัดการที่ให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานจริง ปัจจุบันบ้านพัก School Stay ก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 หลัง และมีแผนก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลัง เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการ โดยบ้านพักหลังแรกได้รับการสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ส่งผลให้โครงการมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และมีแนวโน้มสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ สกร. ยังได้หารือร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนโมโกรวิทยาคม และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี เพื่อเสริมความเข้มแข็งด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ โดยร่วมวางแนวทางสนับสนุนทางเลือกด้านอาชีพเพิ่มเติม อาทิ การจัดหลักสูตรเสริมด้านการทำอาหาร การทำขนม และองค์ความรู้อื่น ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อเติมเต็มศักยภาพผู้เรียน และสนับสนุนการดำเนินงาน School Stay ให้มีความพร้อมทั้งด้านกิจกรรมและการบริการ
ในช่วงบ่าย อธิบดีได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา สกร. ระดับอำเภออุ้มผาง ซึ่งได้จัดกิจกรรมนำเสนอผลงานและผลิตภัณฑ์จากการฝึกอาชีพ อาทิ ลอดช่องมะพร้าวเต่า ตะโก้มะพร้าวเต่า ข้าวแคบ ถั่วคั่วทราย กาแฟกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโมโกร ยำเส้นบุก กล้วยวาฟเฟิล ศิลปะบนผืนผ้า และงานสานตะกร้า สะท้อนให้เห็นถึงการนำความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ในระดับครัวเรือนและชุมชน
จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver: CG) 70 ชั่วโมง ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่กลอง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สกร. และ รพ.สต. เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หลักสูตรดังกล่าวครอบคลุมทักษะการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ เทคนิคการกู้ชีพ (CPR) ในเด็กและผู้ใหญ่ ความรู้ด้านโภชนาการ และเทคนิคการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธี ผู้ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้ดูแลคนในครอบครัว และมีศักยภาพพร้อมประกอบอาชีพได้ทันที
ผู้ที่สำเร็จหลักสูตร CG 70 ชั่วโมง ยังสามารถต่อยอดสู่หลักสูตร Super CG เพิ่มอีก 50 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาทักษะในระดับนักปฏิบัติการหรือนักบริบาล และต่อยอดสู่สายงานผู้ช่วยพยาบาลในอนาคต ซึ่งปัจจุบันตลาดแรงงานมีความต้องการสูง สะท้อนโอกาสการมีงานทำที่ชัดเจน
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ สกร. ในการทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ ทั้งการสนับสนุนเครือข่ายโรงเรียน การเสริมหลักสูตรอาชีพที่ตอบโจทย์บริบทชุมชน และการสร้างโอกาสทางอาชีพที่มั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน