ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้การต้อนรับคณะนักศึกษา หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ซึ่งได้จัดกิจกรรม Focus Group ครั้งที่ 2 (มิติด้านสังคมจิตวิทยา) ณ ห้องประชุม ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกประกอบการศึกษาทางวิชาการเกี่ยวกับระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ
ในการนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ ร่วมให้การต้อนรับคณาจารย์ นักศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกล่าวขอบคุณที่เลือกกรมส่งเสริมการเรียนรู้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม และชื่นชมความเข้มแข็งของเครือข่ายนักศึกษา วปอ. ที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของหลักสูตร
อธิบดี สกร. กล่าวว่า“ขอขอบคุณคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ที่ให้เกียรติเลือกกรมส่งเสริมการเรียนรู้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม Focus Group ในครั้งนี้ การพบกันระหว่างพี่ ๆ วปอ. รุ่นที่ 67 และนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 นับเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์และสานต่อแนวคิดหรือโครงการที่ได้เริ่มไว้จากรุ่นก่อน ๆ ความสัมพันธ์ของเครือข่าย วปอ. ถือเป็นความเข้มแข็งที่หล่อหลอมให้ผู้ที่ผ่านหลักสูตรเป็นเครือข่ายเดียวกัน แม้จะต่างรุ่นหรือต่างกลุ่มก็ตาม ซึ่งเป็นโอกาสที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ได้เข้าศึกษาในหลักสูตรนี้”
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาทิ• ดร.พีรเดช ณ น่าน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร• ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา• นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมติ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
พร้อมกันนี้ นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย• นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ.• นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ• นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
อธิบดี สกร. ยังได้กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านของหน่วยงานจาก สำนักงาน กศน. สู่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ภายใต้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นการยกระดับบทบาทด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านแนวทางสำคัญ ได้แก่ การเรียนเพื่อวุฒิการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่อยู่นอกระบบการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบ (Zero Dropout)
พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการสร้าง ระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI และการพัฒนาทักษะ Digital Literacy เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้นำระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) มาใช้เพื่อสนับสนุนการสะสมผลการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการพัฒนาทักษะใหม่ การ Upskill และ Reskill เพื่อให้ประชาชนสามารถพัฒนาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง
กิจกรรม Focus Group ในครั้งนี้ยังได้หยิบยกประเด็นสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่Digital Literacy, Learning for Life และ Wellness & Longevity ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสังคมไทย
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้กล่าวในตอนท้ายว่า แม้กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่จะใช้พลังของเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญที่ว่า“สกร. จะอยู่ในใจทุกครัวเรือน”