ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจคณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรที่เข้าร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนรู้เพื่อสะสมในธนาคารหน่วยกิต ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งจัดโดย กองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ ในระหว่างวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมพักพิง อิงทาง บูติค โฮเทล จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากส่วนกลาง ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูผู้รับผิดชอบงานเทียบโอน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในการนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ให้แนวทางสำคัญในการพัฒนาระบบการเทียบโอนผลการเรียนรู้ โดยเน้นย้ำว่า การจัดการศึกษาในปัจจุบันจำเป็นต้องคิดนอกกรอบ และสอดคล้องกับแนวคิดของ OECD 2030 ที่มุ่งให้ระบบการวัดผลช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การวัดผลที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าการเรียนเป็นภาระหรืออุปสรรค
บทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คือการสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการและศักยภาพของแต่ละคน เพื่อให้ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ โดยการเรียนรู้ต้องครอบคลุม ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงวัยผู้สูงอายุ และควรเชื่อมโยงรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ไม่จำกัดอยู่เพียงการเรียนในระบบ แต่สามารถนำประสบการณ์ชีวิต การทำงาน หรือการฝึกอบรมต่าง ๆ มาใช้เป็นฐานในการเทียบโอนผลการเรียนรู้ได้
พร้อมกันนี้ อธิบดีได้สะท้อนบทบาทสำคัญของบุคลากรในองค์กรว่า “สกร. คือนักปฏิบัติผู้สร้างโอกาส” ที่ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชนในพื้นที่จริง ทำหน้าที่เปิดพื้นที่การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย
อธิบดี สกร. ยกตัวอย่างกรณีจากพื้นที่จริงที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว เช่น ในจังหวัดพังงาที่มีวิทยากรซึ่งจบการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา แต่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดการเรียนรู้ได้หลากหลายหลักสูตร ซึ่งสะท้อนว่าความสามารถจากประสบการณ์จริงมีคุณค่าอย่างยิ่ง และควรได้รับการประเมินในรูปแบบสมรรถนะ (Competency) เพื่อนำไปสู่การรับรองผลการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน
นอกจากนี้ อธิบดียังเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาควรมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียน โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่าน Project-Based Learning ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ วางแผน และสร้างสรรค์ผลงานจากสถานการณ์จริง ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหา มากกว่าการเรียนรู้ที่เน้นเพียงการท่องจำเนื้อหา
ในด้านการพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ ได้มีการหารือถึงการปรับลดตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อน เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและมีความหมายต่อชีวิตจริงของผู้เรียน พร้อมทั้งเชื่อมโยงการประเมินผลกับทักษะสำคัญ เช่น การอ่าน วิเคราะห์ และการสื่อสาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการประเมินระดับสากล
พร้อมกันนี้ อธิบดี สกร. ยังเน้นย้ำให้การจัดทำแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนรู้ต้องมี ขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยกำหนดหลักฐานและกระบวนการพิจารณาที่เป็นระบบ พร้อมทั้งออกแบบแนวทางให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา เพื่อไม่เพิ่มภาระงานที่เกินความจำเป็น และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงในระดับพื้นที่
การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการพัฒนาระบบ ธนาคารหน่วยกิตและการเทียบโอนผลการเรียนรู้ ให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถนำประสบการณ์และความสามารถที่มีอยู่มาต่อยอดทางการศึกษาและการพัฒนาตนเองได้อย่างแท้จริง