อธิบดี สกร. ติดตามผลเข้าร่วมงานแถลงข่าวและประชุมวิชาการเกี่ยวกับการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ของโครงการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้”

ตามที่ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานวัตกรรม (สพร.) เข้าร่วมงานแถลงข่าวและประชุมวิชาการเกี่ยวกับการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ของโครงการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้” ซึ่งจัดขึ้นโดยเครือข่ายองค์กรด้านการส่งเสริมการอ่าน ได้แก่ แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว อุทยานการเรียนรู้ TK Park และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่ผลการวิจัยการประเมินความคุ้มค่าทางสังคมของโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศวัฒนธรรมการอ่านสำหรับเด็กไทยในอนาคต

โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะการอ่านของเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียนช่วงอายุประมาณ 3–9 ปี ผ่านการใช้หนังสือฝึกอ่านตามระดับ (Level Book) ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออก อ่านไม่คล่อง และสร้างพื้นฐานนิสัยรักการอ่านในระยะยาว โดยดำเนินงานผ่านกระบวนการอบรมและพัฒนาศักยภาพครู ผู้ดูแลเด็ก และบุคลากรที่ทำงานด้านเด็ก รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เหมาะสมทั้งในโรงเรียนและชุมชน

ผลการดำเนินโครงการพบว่า ผู้เข้าร่วมกระบวนการส่งเสริมการอ่านมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดกิจกรรมอ่านหนังสือกับเด็กเพิ่มขึ้น สามารถออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น เช่น ความสนใจในการอ่าน การตั้งคำถาม การจดจำเนื้อเรื่อง และการสื่อสารจากเรื่องที่อ่าน รวมถึงมีพัฒนาการด้านอารมณ์และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เหมาะสมตามวัย ขณะเดียวกันการนำหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านยังช่วยสร้างกิจกรรมร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ปกครอง ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในครอบครัว และกระตุ้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

ในด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) พบว่า โครงการมีค่า SROI เท่ากับ 1.71 หมายความว่า การลงทุนทุก 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมคิดเป็นมูลค่า 1.71 บาท หรือเพิ่มคุณค่าทางสังคมประมาณ 71% ของเงินลงทุน สะท้อนถึงความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ โดยโมเดลการดำเนินงานเชิงโครงสร้างทางการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้มีผลตอบแทนทางสังคมค่อนข้างสูง (ประมาณ 2.19 และ 2.28 เท่า) ขณะที่โมเดลพื้นที่เรียนรู้ชุมชนออนไลน์มีผลตอบแทนประมาณ 0.59 เท่า และโมเดลพื้นที่พัฒนาเด็กแบบชุมชนมีผลตอบแทนประมาณ 1.77 เท่า ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ รูปแบบการดำเนินงาน และระดับการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในพื้นที่

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ได้แก่ การใช้หนังสือฝึกอ่านที่ออกแบบตามระดับความยากง่ายให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก เนื้อหาที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน การใช้ภาพและกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และชุมชนในการส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบที่เด็กใช้ภาษาท้องถิ่นเป็นหลัก แนวทางดังกล่าวยังช่วยพัฒนาทักษะภาษาและการสื่อสารของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า แม้บางรูปแบบการดำเนินงานอาจมีผลตอบแทนทางสังคมไม่สูงในระยะเริ่มต้น แต่หากมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ในระดับชุมชน จะสามารถเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างผลกระทบทางสังคมได้ในระยะยาว ดังนั้น การสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศการอ่านที่เข้มแข็ง การพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมการอ่านในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนเชิงนโยบาย จึงเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้เด็กและครอบครัวเข้าถึงหนังสือและกิจกรรมการอ่านอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินโครงการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้” จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการลงทุนทางสังคมที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อพัฒนาการของเด็ก ครอบครัว และชุมชน พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมการอ่านและยกระดับศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กไทยในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย.