การสัมมนา“การถอดบทเรียนความมั่นคงผ่านการ บูรณาการความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงแบบดั้งเดิมในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้” ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม
สาระสำคัญการสัมมนาเรื่อง“การถอดบทเรียนความมั่นคงผ่านการบูรณาการความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงแบบดั้งเดิมในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)” จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการแนวคิดด้านความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงของรัฐควบคู่กับแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของประชาชนในพื้นที่
การเสวนาเริ่มต้นโดย รองศาสตราจารย์สุรัตน์ โหราชัยกุล ได้กล่าวถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจบริบทสังคมพหุวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความหลากหลายทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันอย่างสันติจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในความแตกต่างและการยอมรับอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับสันติภาพและความขัดแย้งยังมีบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจสาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ผศ.ดร.ไพรินทร์ กิติเสรีชัย ได้นำเสนอกรณีศึกษาความขัดแย้งในพื้นที่โดฟาร์ ประเทศโอมาน ซึ่งเกิดจากความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนาและการเข้าถึงบริการของรัฐ แนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลโอมานในเวลาต่อมาได้ใช้มาตรการแบบบูรณาการ โดยผสมผสานมาตรการด้านความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน และสามารถยุติความขัดแย้งได้ในที่สุด กรณีศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งในมิติความมั่นคงของรัฐและความมั่นคงของมนุษย์ผศ.ดร.ภาณุพันธ์ จิตเที่ยง ได้อธิบายแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลายมิติ เช่น ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อาหาร สุขภาพ การศึกษา และสิทธิมนุษยชน โดยชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงของรัฐจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเมื่อประชาชนรู้สึกว่าตนได้รับความเป็นธรรมและมีโอกาสในการพัฒนา การสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสันติภาพและนายไชยรัตน์ ศิริวัฒน์ ได้กล่าวถึงบทบาทของการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ต่อประชาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมกับประเทศมุสลิม ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศจากการสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ สามารถสรุปบทเรียนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่สำคัญได้ว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องใช้แนวทางแบบบูรณาการที่ผสมผสานมาตรการด้านความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การส่งเสริมการศึกษา การเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้