อธิบดี สกร. ขับเคลื่อนการเรียนรู้ยุคใหม่ ย้ำปรับ Mindset บุคลากร เดินหน้าสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันที่ 16 มีนาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมุ่งปรับแนวคิดและรูปแบบการทำงานของบุคลากรให้สอดรับกับบทบาทใหม่ขององค์กร เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง

ในการประชุมพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้ ภายใต้โครงการคลังความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Thailand Soft Power Portal) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 มีนาคม 2569 โดยมีสถาบันการศึกษาทางไกลเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากร สกร. จากส่วนกลางและพื้นที่เข้าร่วม เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้จำนวน 10 หลักสูตร สำหรับเผยแพร่ผ่านช่องทางการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบ Text Book Plus และ Web Book เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เน้นย้ำว่า การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ สกร. ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญขององค์กร บุคลากรทุกคนจำเป็นต้องปรับ Mindset ในการทำงาน โดยยึดกฎหมายฉบับนี้เป็นหลักในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจาก “กศน. เดิม” สู่ “สกร.” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

พร้อมย้ำว่า เอกลักษณ์สำคัญขององค์กรคือการเป็น “นักปฏิบัติผู้สร้างโอกาส” ที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและชุมชน เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับผู้ที่อาจพลาดโอกาสในระบบการศึกษา ตัวอย่างความสำเร็จของผู้เรียนในอดีต เช่น ศิษย์เก่า กศน. จังหวัดยะลา ที่สามารถก้าวสู่การเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร สะท้อนให้เห็นถึงพลังของโอกาสทางการเรียนรู้ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง

อธิบดี สกร. ยังกล่าวถึงความท้าทายขององค์กรในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลประชาชนทั่วประเทศ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การทำงานเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการสร้าง “คนรักการเรียนรู้” ในชุมชนให้ลุกขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของครูและบุคลากรในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล

อธิบดี สกร. กล่าวย้ำว่า
“หากผู้เรียนยังอ่านไม่ออกหรือเขียนไม่ได้ ไม่ควรมองว่าเป็นความผิดของครูผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่เป็นหน้าที่ของส่วนกลางที่จะต้องสนับสนุนสื่อและเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อให้ครูสามารถนำไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ สกร. ยังมุ่งยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของประเทศ โดยเตรียมความพร้อมสู่การประเมินระดับนานาชาติ เช่น PISA 2025 พร้อมทั้งมองการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต โดยส่งเสริมบทบาทของห้องสมุดและบรรณารักษ์ในการนำหนังสือและองค์ความรู้ไปสู่ครอบครัว เพื่อสร้างรากฐานการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับครอบครัวและชุมชน

อธิบดี สกร. กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ “สกร. อยู่ในใจทุกครัวเรือน” การเรียนรู้ต้องไม่หยุดอยู่เพียงในหลักสูตรหรือเอกสาร แต่ต้องถูกนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล ภาคีเครือข่าย และพลังของบุคลากรในพื้นที่ร่วมกันขับเคลื่อน

พร้อมย้ำว่า หากบุคลากรทุกคนเรียนรู้และนำแนวคิดไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ พร้อมติดตามผลและชื่นชมความสำเร็จร่วมกัน จะสามารถสร้างรากฐานการเรียนรู้ที่มั่นคงให้กับประเทศ และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่ยังคงความเป็นไทย พร้อมเชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัยผ่านพลังของการเรียนรู้ตลอดชีวิต