เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้นายภูมิศักดิ์ ภูมิเขียว นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมด้วยนางสาวภัทร์ศยา ฉาบกังวาล นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และผู้แทนจากสถาบันการศึกษาทางไกล ได้แก่ นางเนาวรัตน์ บัวเผื่อน หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษา และนางสาวอมราภรณ์ หอมดวง หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 433 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
ในการประชุมครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานด้านการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเน้นรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น สอดรับกับบริบทของผู้เรียนในสังคมปัจจุบัน พร้อมทั้งนำเสนอการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการประกอบอาชีพในแนวทาง Reskill และ Upskill ภายใต้แนวคิด Learn to Earn ที่มุ่งให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่อาชีพและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ สกร. ยังได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการเรียนรู้ของประชาชน อาทิ DOLEdemy แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีสำหรับทุกคน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้กลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ พร้อมเสริมทั้งทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และระบบแนะแนวให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม สอดคล้องตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566
ในโอกาสนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อมูลและร่วมให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การติดตามผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิด รวมถึงการนำระบบ Credit Bank มาใช้เป็นกลไกเชื่อมโยงเส้นทางการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่องและตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเสริมศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง การพัฒนาทักษะใหม่เพื่อการประกอบอาชีพ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในบริบทของสังคมสูงวัย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ และยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในระยะยาว