วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมพบปะทักทายและแลกเปลี่ยนแนวคิดกับคณะผู้บริหาร ในการประชุมพิจารณาแผนเปลี่ยนผ่านองค์กร หรือ OD Transition Plan ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ดร.วิทยา ประวะโข ดร.กาญจนาภรณ์ มุขดารา คณะที่ปรึกษาฯ พร้อมด้วย ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดจนผู้อำนวยการกอง กลุ่ม และศูนย์ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน
ในการประชุมครั้งนี้ อธิบดี สกร. ได้มอบนโยบายสำคัญ โดยเน้นการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และวัดผลได้จริง ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นฐานในการตัดสินใจ เพื่อให้การดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้สามารถตอบโจทย์ปัญหาได้ตรงจุด และเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อผู้เรียนและพื้นที่
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา โดยเฉพาะผลคะแนน N-NET จากเดิมที่มีจังหวัดผ่านค่าเฉลี่ยขั้นสูง จำนวน 43 จังหวัด ให้ขยายผลครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ในการสอบรอบเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ แบ่งกลุ่มจังหวัดตามศักยภาพ โดยให้กลุ่มจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี ขณะที่กลุ่มจังหวัดที่ต้องเร่งพัฒนา จะต้องวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกและออกแบบมาตรการแก้ไขอย่างตรงจุด
ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบการปรับกรอบการดำเนินงานสู่ 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย ด้านโครงสร้างและแผน ด้านกฎหมายและสมรรถนะบุคลากร ด้านดิจิทัล ด้านคุณภาพการจัดการศึกษา ด้านโอกาสทางการศึกษา และด้านการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นการดำเนินโครงการที่มีผลกระทบสูง (High Impact) และการเร่งแก้ไขตัวชี้วัดสำคัญที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย
ในโอกาสนี้ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษา ได้ให้ข้อเสนอแนะสำคัญต่อที่ประชุมใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประการแรก การพิจารณาโครงการภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์ ควรเป็นโครงการที่สอดคล้องกับภารกิจหลักของหน่วยงาน และต้องเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบ (Impact) อย่างแท้จริง โดยอาจพิจารณาจากโครงการที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติ หรือโครงการสำคัญที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในเชิงนโยบาย เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดประสิทธิผลสูงสุด ประการที่สอง คือ ประเด็นอัตราการจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเห็นควรให้มีการทบทวนและปรับวิธีการคำนวณให้สะท้อนบริบทการดำเนินงานที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับข้อห่วงใยของอธิบดี สกร. ที่ต้องการให้ตัวชี้วัดสามารถสะท้อนผลลัพธ์เชิงคุณภาพได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (IMD) โดยเน้นการวิเคราะห์ตัวชี้วัดที่มีผลต่อภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ทั้งด้านการจัดเก็บข้อมูลและการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ
ในด้านการบริหารจัดการภายใน ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงตัวชี้วัดให้สะท้อนผลลัพธ์ที่แท้จริง เช่น การปรับวิธีคำนวณร้อยละผู้จบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบท พร้อมมอบหมายให้บูรณาการโครงการจำนวน 62 โครงการ โดยคัดเลือกโครงการสำคัญ (Flagship Projects) เพื่อใช้เป็นกลไกหลักในการเร่งขับเคลื่อนองค์กร
การขับเคลื่อนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในการยกระดับแผนพัฒนาองค์การสู่แผนเปลี่ยนผ่านองค์กร (OD Transition Plan) ที่มีความครบถ้วนตามมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของสำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติการและโรดแมปที่ชัดเจน สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในโอกาสนี้ อธิบดี สกร. ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากร สกร. กว่า 30,000 คนทั่วประเทศ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวข้ามความท้าทาย และพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน เพื่อส