วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับมาตรฐานการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ทั่วประเทศ เป็นประธานการประชุมวิเคราะห์และสรุปผลคะแนนการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ทั้งในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567
การประชุมครั้งนี้ มุ่งวิเคราะห์ผลคะแนนในภาพรวมระดับประเทศ พร้อมจัดทำรายงานผลการสอบเพื่อนำไปใช้พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยมีผู้บริหารและบุคลากรจากส่วนกลางและสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคทั้ง 5 ภาค เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งผู้แทนจากกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ รวมจำนวนทั้งสิ้น 32 คน
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีนโยบายให้ใช้ “ข้อสอบกลาง” เป็นเครื่องมือหลักในการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาค เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ พร้อมถอดบทเรียนปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อยกระดับระบบการสอบให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น รวมถึงหารือแนวทางการจัดทำ “คู่มือดำเนินการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน” เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางของสถานศึกษาในสังกัด สกร. ทั่วประเทศ
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า ขณะนี้ สกร. กำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรปี 2551 สู่ “หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ พ.ศ. 2567” ที่เน้นฐานสมรรถนะ (Competency-based) โดยมีเป้าหมายประกาศใช้พร้อมกันทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งในภาคเรียนนี้มีพื้นที่นำร่องแล้ว 22 จังหวัด และสถาบันการศึกษาทางไกล ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการเปลี่ยนผ่านให้กับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังมีการปรับบทบาทครูจาก “ผู้สอน” ไปสู่ “Facilitator” หรือผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ได้ตามความถนัดและนำไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง โดยผู้เรียนจะต้องมีสมรรถนะติดตัว สามารถเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่นตลอดชีวิต
ในส่วนของการเทียบโอนผลการเรียนและประสบการณ์ สกร. ยังเดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการ 1 ปี 1 วุฒิ” โดยเฉพาะในกลุ่มทหารกองประจำการ ซึ่งสามารถนำชั่วโมงการฝึกกว่า 300 ชั่วโมง มาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษาได้ เพื่อให้เมื่อปลดประจำการแล้วสามารถนำทั้งความรู้ ทักษะ และวุฒิการศึกษาไปต่อยอดในการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิรูประบบวัดผลในอนาคต จะมุ่งเน้น “การประเมินแบบองค์รวม” ลดการสอบย่อย และส่งเสริมการประเมินผ่านแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) หรือข้อสอบเชิงวิเคราะห์ตามแนวทาง PISA ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน มากกว่าการท่องจำ เพื่อสร้างผู้เรียนที่มีทักษะชีวิตและพร้อมต่อโลกอนาคต
ทั้งนี้ สกร. ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมราชทัณฑ์ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มวัย พร้อมดึงผู้หลุดจากระบบการศึกษาและกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ ตามเป้าหมาย “Zero Dropout” อย่างเป็นรูปธรรม