วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดเผยถึงผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567” ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมพักพิง อิงทาง บูติค โฮเทล จังหวัดนนทบุรี ว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่หลักสูตร “สกร. 67” พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอกรณีศึกษาจากจังหวัดและสถานศึกษานำร่องที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขยายผลทั่วประเทศ
อธิบดี สกร. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ทำให้สถานศึกษานำร่องได้รับทราบแนวทางและวิธีการเทียบโอนผลการเรียนรู้ในทุกรูปแบบ ทั้งผู้เรียนจากหลักสูตร กศน. พ.ศ. 2551 และประชาชนทั่วไปที่เข้าสู่หลักสูตร พ.ศ. 2567 โดยสามารถนำผลการเรียนและผลลัพธ์การเรียนรู้มาเทียบโอนเพื่อต่อยอดสู่การได้รับวุฒิการศึกษาได้ โดยเฉพาะกระบวนการถ่ายโอนผู้เรียนจากหลักสูตร กศน. 2551 สู่หลักสูตร สกร. 2567 รวมไปถึงแนวทางการจัดหลักสูตร 67 ตามนโยบาย 1 ปี 1 วุฒิ ให้กับทหารกองประจำการ ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับการเทียบโอนความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงผลการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสะสมไว้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน และเกิดประสิทธิภาพในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรใหม่
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การเทียบโอนผลการเรียนจากหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เข้าสู่หลักสูตร สกร. 2567 โดยใช้ระบบ “พี่เลี้ยง” จับคู่จังหวัดนำร่องเดิมกับจังหวัดนำร่องใหม่ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการดำเนินงาน และกลุ่มที่ 2 การชี้แจงและทบทวนการใช้งานระบบแพลตฟอร์มข้อมูลผู้เรียนกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (DOLE Learner Data Platform : DOLE LD) สำหรับจังหวัดนำร่องใหม่ 12 จังหวัด โดยกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการชี้แจงผ่านระบบออนไลน์ไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
อธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้จะช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลรายวิชาที่สามารถเทียบโอนจากหลักสูตรเดิมเข้าสู่หลักสูตรใหม่ได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนในการใช้งานแพลตฟอร์ม DOLE LD เพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียนในอนาคต
สำหรับแนวทางดำเนินงานระยะต่อไป กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะดำเนินการวิเคราะห์และจัดทำแผนการเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่หลักสูตร สกร. 2567 เพื่อใช้เป็นต้นแบบรองรับการขยายผลการใช้หลักสูตรทั่วประเทศในปีการศึกษา 2570 พร้อมทั้งจัดทำประกาศแนวทางการเทียบโอนอย่างเป็นทางการต่อไป
ด้าน นายคมกฤช อภิชัยสรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล กล่าวว่า หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 หรือ “สกร. 67” ช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาทางไกลสามารถเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนวัยทำงาน นักกีฬา และผู้เรียนทุกกลุ่ม โดยไม่ต้องลางานหรือเดินทางไปเรียน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าแต่งกาย อีกทั้งยังเอื้อต่อผู้ที่มีอาชีพหรือมีความสามารถเฉพาะทาง เช่น นักกีฬาทีมชาติ ให้สามารถเรียนจนจบการศึกษาได้โดยไม่กระทบต่อการฝึกซ้อมหรือการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง
ขณะเดียวกัน ผู้เรียนยังได้รับทั้งวุฒิการศึกษาควบคู่กับทักษะอาชีพจากการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการทำงาน ทั้งการอัปเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง หรือเปลี่ยนสายอาชีพได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้ หลักสูตรยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะได้ตามความสนใจของตนเองอย่างไร้ข้อจำกัด โดยไม่ถูกบังคับด้วยชั่วโมงเรียนแบบเดิม พร้อมมีครูคอยให้คำปรึกษา แนะนำ และดูแลผ่านระบบออนไลน์แบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารที่หลากหลาย ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างมั่นใจและต่อเนื่อง
นายจิรพงษ์ ผลนาค ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จากการนำหลักสูตร สกร. 67 ไปใช้ในพื้นที่ พบว่าผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติจริง จนเกิดสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พัฒนาคุณภาพชีวิต และต่อยอดสู่อาชีพได้อย่างมั่นคง รวมถึงเชื่อมโยงสู่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น อันเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่จังหวัดนำร่อง 10 จังหวัดแรก ได้แบ่งปันประสบการณ์ให้กับ 12 จังหวัดนำร่องใหม่ เพื่อร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการเรียนรู้หลักสูตร 67 ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ นายสุริยัญ มีจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แทนสถานศึกษานำร่องที่จะเปิดใช้หลักสูตรในภาคเรียนที่ 1/2569 กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ช่วยให้สถานศึกษานำร่องได้รับทราบแนวทางและวิธีการเทียบโอนผลการเรียนรู้ในทุกรูปแบบ ทั้งผู้เรียนในหลักสูตร พ.ศ. 2551 และประชาชนทั่วไปที่เข้าสู่หลักสูตร พ.ศ. 2567 โดยสามารถนำผลการเรียนและผลลัพธ์การเรียนรู้มาเทียบโอนต่อยอดสู่การได้รับวุฒิการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกระบวนการถ่ายโอนผู้เรียนจากหลักสูตร กศน. 2551 สู่หลักสูตร สกร. 2567 ที่ให้ความสำคัญกับผลการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสะสมไว้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนในช่วงรอยต่อของการใช้หลักสูตรใหม่