ก.ค.ศ. ไฟเขียวผ่านเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2569 “ดร.เกศทิพย์” ย้ำสอดคล้องบริบทพื้นที่ มุ่งขับเคลื่อนการเรียนรู้ยุคใหม่

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 5/2569 โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และ ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้ายตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2569 ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ว 9/2567

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า มติดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบริหารงานบุคคล ที่มุ่งให้การโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปตามศักยภาพ ความสามารถ และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การประเมินศักยภาพผู้ประสงค์ขอย้ายตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ของ สกร. ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  1. ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา
  2. ประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาและระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่
  3. ผลงานและคุณภาพการปฏิบัติงาน
  4. วิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการศึกษา
  5. การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ
  6. การประพฤติปฏิบัติและค่านิยมที่เหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองที่ดี
  7. ผลการประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA)

อธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญที่สะท้อนความเข้าใจในบริบทการทำงานของ สกร. คือ ที่ประชุมเห็นชอบให้ “ไม่กำหนดขนาดสถานศึกษา” ในการประเมินครั้งนี้ เนื่องจากรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของ สกร. มีความหลากหลาย ทั้งด้านจำนวนผู้เรียนและลักษณะกิจกรรมที่แตกต่างกันไปตามบริบทพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย การไม่ใช้ขนาดสถานศึกษาเป็นกรอบตายตัว จะช่วยให้การประเมินศักยภาพผู้บริหารเป็นธรรม สะท้อนการทำงานจริง และเปิดโอกาสให้ได้ผู้บริหารที่เหมาะสมกับพื้นที่อย่างแท้จริง

“สกร. มุ่งพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ยุคใหม่ โดยคำนึงถึงศักยภาพของผู้บริหารและบริบทพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชนในทุกพื้นที่” ดร.เกศทิพย์ กล่าว

ทั้งนี้ การกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์ประเมินที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.ค.ศ. ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างระบบคุณธรรมในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า จากการประชุมในวันนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ สกร. ได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนในบริบทการจัดการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายของหน่วยงาน จึงขอขอบคุณนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานการประชุม รวมถึงคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญและเห็นชอบแนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับภารกิจของ สกร. ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล และขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ตอบโจทย์ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป