วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมี ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศึกษานิเทศก์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ
อธิบดี สกร. กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ความสำคัญต่อการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจใหม่และโครงสร้างองค์กรที่ปรับเปลี่ยน โดยมุ่งเน้นการจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Data) เพื่อสนับสนุนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบ “War Room” ระหว่างวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2569 พร้อมทั้งมอบหมายให้ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อเร่งรัดการจัดทำข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะของ ก.ค.ศ. จำนวน 13 ประเด็น โดยเน้นการวิเคราะห์ภาระงาน (Workload) ของครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการจัดทำรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ (Job Description: JD) และแนวทางบริหารอัตรากำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
การดำเนินงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากสถานศึกษาทั่วประเทศจำนวน 960 แห่ง รวมทั้งหน่วยงานทางการศึกษา 84 แห่ง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดกรอบอัตรากำลังที่เหมาะสมกับภารกิจด้านการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบัน จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า สกร. ได้เสนอกรอบอัตรากำลังใหม่ในภาพรวมจำนวน 25,893 อัตรา เพิ่มขึ้นจากกรอบเดิมจำนวน 16,901 อัตรา คิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.20 โดยเฉพาะในตำแหน่งครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับภารกิจใหม่และการขยายโอกาสทางการศึกษา
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่การพิจารณากรอบอัตรากำลังใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ สกร. ได้เสนอให้มีการขยายระยะเวลาการใช้กรอบอัตรากำลังเดิม จำนวน 4,597 อัตรา ไปพลางก่อน เนื่องจากกรอบเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการเกิด “สุญญากาศ” ทางการบริหารงานบุคคล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายเงินเดือน สิทธิของบุคลากร และความต่อเนื่องในการจัดการเรียนรู้ นอกจากนี้ สกร. ยังอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด อาทิ จำนวนผู้รับบริการย้อนหลัง 3 ปี การวิเคราะห์ภาระงานเชิงลึก การเปรียบเทียบภารกิจเดิมและภารกิจใหม่ รวมถึงแผนงบประมาณรองรับอัตรากำลังที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การเสนอขอกำหนดกรอบอัตรากำลังเป็นไปอย่างครบถ้วนและสามารถนำไปสู่การอนุมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถือเป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ” ของการปรับโครงสร้างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการศึกษาให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
“กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะเร่งดำเนินการจัดทำข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด และประสานความร่วมมือกับ ก.ค.ศ. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำหนดกรอบอัตรากำลังใหม่สามารถประกาศใช้ได้โดยเร็ว อันจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน” อธิบดี สกร. กล่าว