วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนายกระดับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อกำหนดกลไกการขับเคลื่อนและพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน รองรับการพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพสู่ “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning Ecosystem Center) สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย
การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากหน่วยงานเครือข่ายเข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ อาทิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศาสตราจารย์นายแพทย์วิปร วิประกษิต ตลอดจนหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง
ด้านกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นำโดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบกรอบแนวคิดและกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน โดยครั้งนี้ได้เร่งรัดการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านจำนวน 2 ชุด ได้แก่ คณะทำงานด้านแนวคิดและงานสถาปัตยกรรม และคณะทำงานด้านกฎหมายและการปรับปรุงโครงสร้าง เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์พื้นที่ราชพัสดุ และวางกรอบการพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้คณะทำงานทั้งสองชุดเร่งจัดประชุมแยกตามภารกิจ จัดทำแผนปฏิบัติการและกำหนดแนวทางดำเนินงานในรายละเอียด ก่อนนำเสนอผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การยกระดับท้องฟ้าจำลองกรุงเทพในครั้งนี้ จะต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายที่ถูกต้อง โปร่งใส และรัดกุม เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ขณะเดียวกัน สกร. อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) เพื่อประเมินความคุ้มค่าและศักยภาพในการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งอนาคตแห่งนี้
ด้านศาสตราจารย์นายแพทย์วิปร วิประกษิต ที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความสำคัญและผลักดันการพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่าจะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ทันสมัยและตอบโจทย์การเรียนรู้ของคนไทยในอนาคตอย่างเต็มกำลัง
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ได้รายงานแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ราชพัสดุ โดยระบุว่าการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางและเกิดประโยชน์ร่วมกันสูงสุด
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้มุ่งหวังว่าการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพให้ก้าวสู่การเป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ สร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ทันสมัย และตอบโจทย์ประชาชนทุกช่วงวัย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและทิศทางการปฏิรูปการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการในศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม