สกร. เดินหน้าพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต อธิบดีแจงกรณี 53 อัตรา ยืนยันไม่กระทบโครงสร้างกำลังคน พร้อมเตรียมกรอบอัตราใหม่รองรับภารกิจในอนาคต

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและชี้แจงแนวทางการดำเนินงานไตรมาส 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร. รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร. วัชรีวรรณ กันเดช นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่ปรึกษาอธิบดี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คณะผู้บริหาร สกร. ส่วนกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม

อธิบดี สกร. ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนภารกิจในช่วงไตรมาสสุดท้าย โดยยกระดับบทบาทของ สกร. ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 สู่การเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมขานรับนโยบาย “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และเพิ่มเวลาให้ครูได้ออกแบบการเรียนรู้ ดูแลผู้เรียน และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กรณีที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) มีมติเห็นชอบให้ตัดโอนเงินงบประมาณประจำอัตรา ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สกร. จำนวน 53 อัตรา ไปกำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ให้แก่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

อธิบดี สกร. เน้นย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการส่งคืนอัตรากำลังและงบประมาณที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเคยนำมาฝากบริหารไว้ในอดีต มิใช่การสูญเสียอัตรากำลังของ สกร. แต่อย่างใด โดยเป็นการคืนอัตราตามสิทธิ์ให้แก่หน่วยงานเจ้าของอัตราเดิม ภายหลังจากที่ กศน. เดิม ได้ปรับสถานะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้และมีฐานะเป็นนิติบุคคล

ทั้งนี้ สกร. ได้ดำเนินการส่งคืนอัตราดังกล่าวตามขั้นตอนมาตั้งแต่ปี 2568 และในปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอขออนุมัติกรอบอัตรากำลังชุดใหม่ต่อ ก.ค.ศ. เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และรองรับบทบาทการทำงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต

อธิบดี สกร. ยังได้กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหากรอบอัตราตำแหน่งว่างที่ไม่มีงบประมาณรองรับ ซึ่งเป็นปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน โดย สกร. ได้ผลักดันแนวทางการเกลี่ยอัตราและงบประมาณผ่านกลไกที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบในหลักการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว

ในโอกาสนี้ อธิบดี สกร. ได้ขอให้ผู้บริหารทุกระดับช่วยสื่อสารข้อเท็จจริงดังกล่าวไปยังบุคลากรในสังกัด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และร่วมกันสร้างบรรยากาศเชิงบวกภายในองค์กร พร้อมเน้นย้ำว่า ความสำเร็จของ สกร. ในระยะต่อไปจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของบุคลากรทุกคนในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อให้ สกร. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างแท้จริง

ที่ประชุมได้เน้นการขับเคลื่อนงานสำคัญใน 4 มิติ ได้แก่ การจัดระบบกำลังคนและความก้าวหน้าของบุคลากร การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2567 ให้ตอบโจทย์ชีวิตจริง อาชีพจริง และบริบทพื้นที่ การใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการบริหารงบประมาณให้เป็นไปตามแผน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ อาทิ การติดตามเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาภายใต้โครงการ DOLE Zero Dropout การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพในสถานศึกษา การยกระดับท้องฟ้าจำลองกรุงเทพสู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ การส่งเสริมวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา และโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” สำหรับทหารกองประจำการ

การประชุมครั้งนี้สะท้อนทิศทางการทำงานของ สกร. ในไตรมาส 4 ที่มุ่งเชื่อมโยงนโยบาย คน หลักสูตร ข้อมูล งบประมาณ และระบบบริหารให้เป็นเอกภาพ เพื่อให้ สกร. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง เชื่อถือได้จริง และตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม