สกร. ขับเคลื่อนหลักธรรม “ธรรมนาวา วัง”พัฒนาครูและนักศึกษาสู่การตื่นรู้ มีสติ มีคุณธรรม และเรียนรู้ตลอดชีวิต
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้ ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ปูทางสู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” สำหรับครูและนักศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ณ วัดหนองหญ้าปล้อง ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นางสาวนันทยา มาเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา คณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และผู้มีเกียรติเข้าร่วม
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นสืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์และเผยแพร่หนังสือ “ธรรมนาวา วัง” เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยมุ่งให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในหลักอริยสัจ 4 และสามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีสติ มีปัญญา และมีความสุข สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาญจนบุรี จึงจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกที่ดีให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษาในสังกัด
การอบรมครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพระครูปิยกาญจนธรรม รองเจ้าคณะอำเภอด่านมะขามเตี้ย เจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้อง ในการอนุเคราะห์สถานที่ อาหาร และเครื่องดื่ม รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิธรรมนาวาสิกขาลัย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 221 คน และนักศึกษาจากศูนย์การเรียนรู้ระดับอำเภอทั้ง 13 อำเภอ จำนวน 620 คน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 841 คน
ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ กล่าวว่า การพัฒนาคนให้มีความรู้ควบคู่คุณธรรม เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพราะความรู้ช่วยให้คนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ส่วนคุณธรรมช่วยกำกับให้ใช้ความรู้อย่างถูกต้อง สุจริต เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจึงมิใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นหลักคิด หลักใจ และหลักปฏิบัติ ที่ช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิตได้อย่างมีสติ มีปัญญา มีเมตตา และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว หน้าที่การงาน และสังคม
ดร.รุ่งอรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า คำว่า “การตื่นรู้” ในมิติของการเรียนรู้ มิได้หมายถึงเพียงการรับฟังหรือจดจำหลักธรรมเท่านั้น แต่หมายถึงการรู้เท่าทันตนเอง รู้เท่าทันความคิด อารมณ์ และการกระทำ มีสติเป็นเครื่องกำกับ มีปัญญาเป็นเครื่องนำทาง เข้าใจเหตุแห่งปัญหา และสามารถเลือกดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ครอบครัว อาชีพ ชุมชน และสังคม
ทั้งนี้ ดร.รุ่งอรุณ ได้ฝากถึงผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้นำหลักธรรมที่ได้รับจากการอบรมไปต่อยอดสู่การจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล และชุมชน เพื่อให้หลักธรรมเป็นพลังในการดูแลผู้เรียน สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่น ปลอดภัย และเกื้อกูลกัน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนของ สกร. ไม่เพียงเป็นผู้มีความรู้ แต่เป็นผู้มีสติ มีเมตตา มีวินัย มีความรับผิดชอบ และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า
สำหรับกิจกรรมภายในโครงการ ประกอบด้วย การบรรยายธรรมและกระบวนการเรียนรู้ในหัวข้อ “ปูทางสู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมา หลักการ และแนวทางการนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการรับชมวีดิทัศน์ “ธรรมนาวา วัง เรือหลวงแห่งธรรม” เพื่อจุดประกายการเรียนรู้ภายในตนเอง และร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร สถานศึกษา และชุมชน สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม