สกร. จับมือภาคีเครือข่ายยกระดับ “Thailand Zero Dropout Plus” ปักหมุดแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ สู่เป้าหมาย ASEAN Zero Dropout 2030
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในฐานะกรรมการและเลขานุการร่วม พร้อมด้วย นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “Thailand Zero Dropout Plus (TZD+)” ในการติดตามช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยประธานในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ฝ่ายเลขานุการติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการประชุมครั้งถัดไปอย่างต่อเนื่อง
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้เสนอแนวทางการป้องกันเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบตั้งแต่ต้นทาง โดยมุ่งเน้นไปที่สองกลุ่มสำคัญ ได้แก่ กลุ่มเด็กปฐมวัยในพื้นที่ห่างไกล จำนวนประมาณ 2,375 คน ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก ซึ่งยังขาดแคลนงบประมาณอุดหนุนรายหัวที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และกลุ่มสามเณรในระดับประถมศึกษาที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดย สกร. มองว่าหากได้รับการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรที่เหมาะสมจาก กสศ. จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและป้องกันการหลุดออกจากระบบได้อย่างยั่งยืนนอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบในแคมป์คนงานก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมผ่านเครือข่ายอุตสาหกรรม 48 กลุ่ม ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้มีนโยบายให้สำนักงาน สกร. ประจำจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมรับเด็กกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ทันที โดยจะเน้นการเรียนรู้ควบคู่กับการฝึกอาชีพ การเทียบโอนผลการเรียน และการสะสมหน่วยกิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต
นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รายงานผลการดำเนินงานความคืบหน้าการสำรวจเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลไปแล้วถึง 742,969 คน จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 769,201 คน และสามารถดึงเด็กเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ได้แล้วจำนวน 43,150 คน นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) บูรณาการงบประมาณสนับสนุน 5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเด็กกลุ่มเปราะบางและกลุ่มในกระบวนการยุติธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทย
สำหรับวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Zero Dropout) เพื่อขยายผลสู่ระดับภูมิภาค พร้อมทั้งเห็นชอบรายชื่อผู้สมควรได้รับรางวัล Prime Minister TZD+ Awards ปี 2569 จำนวน 12 รางวัล โดยประธานกำชับให้ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในการลดจำนวนเด็กนอกระบบอย่างรอบด้าน และพิจารณาหลักเกณฑ์รางวัลปี 2570 ให้ครอบคลุมทุกมิติ ตลอดจนการปรับปรุงรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2567–2569) เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยมุ่งสะท้อนบทบาทการทำงานร่วมกันของทุกกระทรวงและภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกให้ประสบผลสำเร็จอย่างสูงสุดต่อไป