วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ณ ห้องมหกรรม ชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีและร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดและยกระดับจากบันทึกความเข้าใจฉบับเดิมที่ลงนามเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เพื่อร่วมกันขยายโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ให้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นมากกว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่จำกัดอายุ สถานะ หรือข้อจำกัดของชีวิต สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และยืนยันว่าทุกคนควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเท่าเทียม
“แม้กำแพงอาจจำกัดพื้นที่ทางกาย แต่ไม่ควรจำกัดโอกาสทางปัญญา ความหวัง และการเริ่มต้นชีวิตใหม่”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า สกร. จะเป็นกลไกสำคัญในการจัดระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบทของผู้ต้องขัง เปิดโอกาสให้ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และเชื่อมโยงสู่การศึกษาระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง เพื่อเป็นสะพานแห่งความหวังและเตรียมความพร้อมให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
ด้าน พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์เชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูผู้กระทำผิด เพราะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างคุณธรรม และลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ โดยในปี 2568 มีผู้ต้องขังเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 35,341 คน จากเรือนจำและทัณฑสถาน 131 แห่ง ทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาตนเองของผู้ต้องขังอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่อยู่นอกระบบการศึกษาภาคบังคับ จึงจำเป็นต้องได้รับการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทชีวิต ความต้องการเฉพาะบุคคล และเป้าหมายหลังพ้นโทษ ความร่วมมือกับ สกร. จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชนและแนวทางการฟื้นฟูผู้กระทำผิดอย่างยั่งยืน
ขณะที่ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า พิธีลงนามในวันนี้คือการร่วมกันเปิดประตูแห่งโอกาสให้แก่ “ผู้ก้าวพลาด” เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี มีความหวัง และมีเส้นทางชีวิตที่มั่นคง โดย สกร. พร้อมขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขาดโอกาส กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
“ผู้ต้องขังเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่มีพื้นฐานชีวิต ประสบการณ์ และข้อจำกัดแตกต่างกัน การจัดการเรียนรู้จึงต้องยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตหลังพ้นโทษ โดยเฉพาะการแนะแนว ‘วิชาชีวิต’ เพื่อเสริมสร้างทักษะในการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ การพึ่งพาตนเอง และการปรับตัวให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดี สกร. กล่าว
ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินงานใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ โดย สกร. จะสนับสนุนครูผู้สอน สื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ระบบเทียบโอนผลการเรียนจากความรู้และประสบการณ์ รวมถึงเชื่อมโยงระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ขณะที่กรมราชทัณฑ์จะสนับสนุนสถานที่ บุคลากร การประสานงาน และมาตรการด้านความปลอดภัยภายในเรือนจำและทัณฑสถาน
นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ชีวิตจริง อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและโลกเสมือนจริงในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว การเชื่อมโยงหลักสูตรอาชีพกับมาตรฐานตลาดแรงงาน การพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงการแนะแนวเส้นทางชีวิตหลังพ้นโทษ เพื่อให้การศึกษาเป็นมากกว่าการได้รับวุฒิ แต่เป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงตนเอง สร้างคุณค่าใหม่ และสร้างโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตอีกครั้ง
ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้และกรมราชทัณฑ์ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ที่มุ่งมองเห็นศักยภาพของผู้เรียนก่อนข้อจำกัด ใช้การเรียนรู้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีอาชีพ และดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “การศึกษาเปลี่ยนชีวิต การเรียนรู้สร้างโอกาส และโอกาสสร้างอนาคต”