สกร. ร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูง ศธ. ขานรับนโยบายสำคัญ เดินหน้ายกระดับ “ท้องฟ้าจำลอง” สู่แลนด์มาร์กแห่งการเรียนรู้ พร้อมจับมือไทยคมเชื่อมอินเทอร์เน็ต ศศช. 628 แห่ง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมด้วย นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารองค์กรหลักเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าของนโยบายและโครงการสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ ข้อเสนอแผนงานภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ความก้าวหน้าการออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงศึกษาธิการ และความคืบหน้าการขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนข้อเสนอแนะจากองคมนตรีภายหลังการเข้าพบเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 โดยมี 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก การพัฒนาระบบทวิศึกษา การยกระดับการศึกษาผ่านระบบ DLTV การยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และการพิจารณาแนวทางการจัดสอบ O-NET รายบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการขับเคลื่อน กระทรวงศึกษาธิการไร้กระดาษ (Paperless Ministry) โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานเปลี่ยนผ่านระบบงานสารบรรณสู่ระบบ E-Office อย่างเต็มรูปแบบภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานต้นแบบ ขณะที่การเดินทางเข้าร่วมการประชุม UNESCO ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศสของคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ ทั้งด้านการนำเสนอศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย และการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการศึกษาของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

ในส่วนของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าของมาตรการสำคัญ พร้อมหารือความร่วมมือกับมูลนิธิไทยคมในการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทย โดยมุ่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ ทักษะอาชีพ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งรัด คือ การพัฒนาและยกระดับท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ โดยกำหนดแนวทางดำเนินงานใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การปรับโครงสร้างการบริหารให้มีความคล่องตัว และการยกระดับเทคโนโลยีและพื้นที่ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งการเรียนรู้ของประเทศ โดยได้หารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. ถึงแนวทางการปรับรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน พร้อมมอบหมายให้เร่งจัดทำโครงการพัฒนาท้องฟ้าจำลองให้ทันสมัย สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และใช้ศักยภาพของทำเลที่ตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สำคัญของประเทศ

ด้านกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานสำคัญ ทั้งการพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพให้เป็นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย การขยายความร่วมมือกับกลุ่มมูลนิธิและสมาคม MOA การดำเนินงานร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ตลอดจนความคืบหน้าการเพิ่มอัตรากำลังครู ภายหลังคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติกรอบอัตรากำลังเร่งด่วนจำนวน 1,044 อัตรา เพื่อรองรับการขับเคลื่อนภารกิจของ สกร. อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเดินหน้าโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและคุณวุฒิให้แก่กำลังพล

ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า ภายหลังจาก สกร. ได้เชิญผู้แทนสำนักงาน ก.พ.ร. ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลและประเมินศักยภาพของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) จากสภาพการดำเนินงานจริง ทำให้การผลักดันการพัฒนาท้องฟ้าจำลองมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และได้ขยายความร่วมมือเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. และ สกร. ซึ่งได้ร่วมประชุมพิจารณารายละเอียดแล้ว 2 ครั้ง

สำหรับขั้นตอนต่อไป สกร. จะจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเสนอ การแก้ไขกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ อ.ก.พ.ร. ก.พ.ร. และคณะรัฐมนตรี ตามลำดับ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการ จัดตั้ง “กองส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อรองรับการยกระดับท้องฟ้าจำลองกรุงเทพให้มีโครงสร้างการบริหารที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ สกร. ตั้งเป้าดำเนินการทุกขั้นตอนให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569

นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ยังได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์จากฝีมือผู้เรียนของ สกร. ได้นำไปจัดแสดงและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และขณะนี้เริ่มมีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากหลายหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการต่อยอดการเรียนรู้สู่การสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน

ในด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สกร. ได้ร่วมกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กสทช. สำหรับติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตให้กับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) จำนวน 628 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและยังไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดและตรวจทานข้อมูล ก่อนเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ ศศช. ทุกแห่งสามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง อันจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ