สกร. เดินหน้าขับเคลื่อน DOLE Zero Dropout พัฒนา DOLE OOSCY Platform สู่การดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาแบบรายกรณี
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับมอบหมายจาก ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมชี้แจงการกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา DOLE OOSCY Platform ณ ห้องประชุมพิภพ กาญจนะ ชั้น 2 สำนักงานเลขานุการกรม โดยมีนายภูมิศักดิ์ ภูมิเขียว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมผู้แทนจากกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ เข้าร่วมประชุม รวมทั้งถ่ายทอดการประชุมไปยังสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดและสถานศึกษาในพื้นที่ 72 จังหวัด ครอบคลุม 413 อำเภอ
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแนวทางการบันทึกข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ปี 2568 ที่ประสงค์เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพจากผลการสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ผ่าน DOLE OOSCY Platform ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลางในการบริหารจัดการข้อมูลรายบุคคล ติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน และเชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งชี้แจงหลักเกณฑ์และแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การดำเนินงานในระยะต่อไปจะยกระดับจากการสำรวจข้อมูลไปสู่การบริหารจัดการรายกรณี (Case Management) ผ่าน DOLE OOSCY Platform เพื่อให้สามารถติดตาม ดูแล และให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การประกาศเจตนารมณ์ ASEAN Zero Dropout ในการประชุม ASEAN Summit ปี 2571 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันการลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
โอกาสนี้ นายภูมิศักดิ์ ภูมิเขียว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ DOLE Zero Dropout โดยระบุว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้พัฒนา DOLE OOSCY Platform ร่วมกับกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ไม่ประสงค์ศึกษาต่อในระบบ โดยมุ่งพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และการสร้างรายได้ ทั้งนี้ กรมได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดดำเนินการพัฒนาทักษะอาชีพแก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 2,287 คน ตามผลการสำรวจ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกพัฒนาทักษะอาชีพตามความสนใจและศักยภาพของตนเอง พร้อมดำเนินการติดตามผู้เรียนเป็นรายบุคคล จัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้