กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เดินหน้าพัฒนาอาชีพชุมชน รับฟังเสียงจากพื้นที่ ยกระดับการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองสู่การมีอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานโครงการพัฒนาอาชีพชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามแนวทางการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมพิภพ กาญจนะ ชั้น 2 สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมีผู้แทนจากกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และผู้รับผิดชอบงานด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการดำเนินงานในระดับพื้นที่

นายโยฑิน สมโนนนท์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาอาชีพชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งยกระดับการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน เน้นการพัฒนาหลักสูตรอาชีพฐานสมรรถนะ การบูรณาการองค์ความรู้และความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย รวมถึงการวางแผนพัฒนาอาชีพอย่างเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การเพิ่มมูลค่า การตลาด และการจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการส่งเสริมการนำผลลัพธ์การเรียนรู้เข้าสู่ระบบ Credit Bank (ธนาคารหน่วยกิต) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนรู้และต่อยอดการศึกษาได้ตลอดชีวิต พร้อมทั้งให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ภายหลังการฝึกอบรม เพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ภายในที่ประชุม ผู้รับผิดชอบงานด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองจากทุกจังหวัด ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการนำแนวทางการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง พ.ศ. 2568 ไปสู่การปฏิบัติ ทั้งในด้านรูปแบบการจัดกิจกรรม การกำหนดระดับหลักสูตร การบริหารจัดการงบประมาณ และการดำเนินงานในพื้นที่ ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้จะนำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือ การพิจารณาการจัดทำหนังสือ Sweet Heritage โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือดังกล่าว เพื่อจัดส่งให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอและห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ใช้เป็นสื่อและเอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และสืบสานองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับทักษะอาชีพ สร้างโอกาสในการมีงานทำ เพิ่มรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน