ศธ. เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยสถานศึกษาทั่วประเทศ ออก 9 มาตรการเข้ม สกร. ขานรับ ชูแผน 3 ระยะ–ศูนย์แนะแนว 928 อำเภอ ดูแลเยียวยาผู้เรียนและประชาชนทั่วประเทศ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยให้มีมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนทั่วประเทศ โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ พร้อมด้วย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ขณะที่ผู้บริหารหน่วยงานและสถานศึกษา รวมถึงหน่วยงานในสังกัด สกร. ทั่วประเทศ ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
นายประเสริฐ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยต่อยอดจาก 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การงดเปิดเผยข้อมูลผู้ก่อเหตุเพื่อลดความเสี่ยงต่อพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Effect) การเยียวยาและปฐมพยาบาลทางจิตใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ และการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมกำหนด 9 มาตรการสำคัญ ได้แก่
นายประเสริฐ ย้ำว่า ทั้ง 9 มาตรการครอบคลุมตั้งแต่การเยียวยา การป้องกันและคัดกรองความเสี่ยง การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการวางระบบระยะยาว เพื่อให้ “ความปลอดภัย” เป็นมาตรฐานพื้นฐานของสถานศึกษาทุกแห่ง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครองและประชาชน พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน
ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. รายงานว่า สกร. ได้จัดทำแผนความปลอดภัยของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสำรวจและประเมินจุดเสี่ยง จัดทีมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ปรับรูปแบบการเรียนรู้หรือเลื่อนการเปิดเรียนตามความเหมาะสม ตลอดจนเปิดช่องทางประสานงานเร่งด่วนกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้สามารถรับมือและช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมเตรียมขับเคลื่อน “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สกร.” เป็นกลไกเฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ ส่งต่อ และติดตามผล โดยนำบทเรียนจากสถานการณ์ฉุกเฉินและเหตุความรุนแรงในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์บริเวณชายแดน มาพัฒนาเป็น แผนช่วยเหลือ 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ช่วยเหลือฉุกเฉิน เร่งบรรเทาความเดือดร้อน สนับสนุนศูนย์พักพิง อาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็น พร้อมส่งจิตอาสาและบุคลากรดูแลครู ผู้เรียน บุคลากร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ระยะที่ 2 ฟื้นฟูพื้นที่และความพร้อมในการดำเนินชีวิต ระดมทีมช่างและบุคลากรช่วยปรับปรุงระบบไฟฟ้า อาคารสถานที่ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและพร้อมรองรับการเรียนรู้
ระยะที่ 3 ฟื้นฟูการเรียนรู้และสุขภาวะทางใจ จัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น ควบคู่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และขับเคลื่อน ศูนย์แนะแนวและให้คำปรึกษา สกร. ครอบคลุม 928 อำเภอทั่วประเทศ เป็นกลไกใกล้ตัวประชาชนในการให้คำปรึกษา คัดกรอง และประสานส่งต่อ เพื่อดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้เรียนและประชาชน
อธิบดี สกร. ยังเน้นการบูรณาการกับเครือข่ายด้านสุขภาพจิต ทั้งนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หน่วยบริการเฉพาะทาง และกรมสุขภาพจิต เพื่อนำเครื่องมือประเมินและเช็กลิสต์สุขภาพจิตมาปรับใช้กับสถานศึกษา สกร. พร้อมพัฒนาครูและบุคลากรให้สามารถสังเกตสัญญาณความเสี่ยง คัดกรองเบื้องต้น ให้คำปรึกษา และประสานส่งต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือไปยังผู้เชี่ยวชาญได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ สกร. พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ครอบครัวและผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงประสานความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
ดร.เกศทิพย์ ย้ำว่า การดูแลความปลอดภัยต้องครอบคลุม “ก่อนเกิดเหตุ–ขณะเกิดเหตุ–หลังเกิดเหตุ” ตั้งแต่การป้องกันและเฝ้าระวัง การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จนถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจและการเรียนรู้ในระยะยาว โดย สกร. จะใช้เครือข่ายหน่วยงานและสถานศึกษาทั่วประเทศเป็นกลไกเข้าถึงผู้เรียน ครอบครัว และประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย