รองนายกฯ ยศชนัน หารือ ศธ.–พม.–รง. ยกระดับ “Safe Zone” สถานศึกษา เร่งมาตรการความปลอดภัย–วางมาตรฐานแห่งชาติใน 90 วัน

รองนายกฯ ยศชนัน หารือ ศธ.–พม.–รง. ยกระดับ “Safe Zone” สถานศึกษา เร่งมาตรการความปลอดภัย–วางมาตรฐานแห่งชาติใน 90 วัน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกรมสุขภาพจิต ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือแนวทางยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ พร้อมด้วย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดมาตรการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา

นายยศชนัน กล่าวว่า แนวทางสร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือ “Safe Zone” แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ มาตรการระยะสั้น มุ่งเปิดเรียนอย่างปลอดภัย ควบคู่กับการเยียวยาสุขภาพจิตผู้ได้รับผลกระทบ ผ่านระบบช่วยเหลือ นักจิตวิทยา เครือข่ายโรงพยาบาล และทีมสุขภาพจิตเชิงรุก พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าสถานศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการณ์โดยผ่านการลงทะเบียน และพิจารณาการย้ายสถานศึกษาสำหรับครูหรือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม

ส่วน มาตรการระยะยาว จะเร่งจัดทำ “ร่างมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ” ภายใน 90 วัน เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีและนำไปสู่มาตรฐานร่วมกัน ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพจิตครูและนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ การส่งต่อกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาแบบ Train the Trainer การพัฒนาช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ การเพิ่มระบบ CCTV ในจุดเสี่ยง รวมถึงมาตรการ Zero Tolerance ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งและความรุนแรง การคัดกรองบุคคลภายนอกและสิ่งผิดกฎหมาย ตลอดจนการส่งเสริมคุณธรรมและความผูกพันระหว่างครูกับผู้เรียน

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการประชุมด่วนผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ทั้ง สพฐ. สอศ. สช. และ สกร. ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงมาตรการความปลอดภัยและกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นทิศทางเดียวกันโดยทันที สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครอง ครู และผู้เรียน

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำการขับเคลื่อน “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ” ให้เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงและการกลั่นแกล้ง (Bullying) พร้อมบูรณาการการทำงานกับ พม. กรมสุขภาพจิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

ขณะที่ ดร.ลินธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ศธ. เตรียมปรับปรุงระบบรายงานและป้องกันภัยสำหรับนักเรียนภายในสิ้นเดือนนี้ โดยนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุ ครอบคลุมทั้งภัยจากบุคคลภายนอก ภัยทางไซเบอร์ และความไม่ปลอดภัยรูปแบบต่าง ๆ เปิดให้นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนแจ้งเหตุหรือเบาะแสเข้าสู่ระบบ ก่อนส่งต่อศูนย์ปฏิบัติการเพื่อประสานสถานศึกษา ตรวจสอบ แก้ไข และติดตามผลอย่างรวดเร็ว

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมขานรับนโยบายและนำแนวทางดังกล่าวสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้ในสังกัดทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการป้องกันเชิงรุก เฝ้าระวังและคัดกรองความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน และประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยรู้สึกอบอุ่น ไว้วางใจ และมั่นใจในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน