สกร. ขานรับ 5 นโยบายหลัก ศธ. พร้อมขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคดิจิทัล

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายด้านการศึกษา ณ โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง ผู้บริหารองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ ตลอดจนผู้บริหารในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย

ในการนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มอบหมายให้ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยผู้แทนกองยุทธศาสตร์และแผนงาน เข้าร่วมรับมอบนโยบาย เพื่อนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเน้นย้ำถึงความสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนที่มีความหลากหลาย และเป็น 1 ใน 20 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรในพื้นที่ร่วมกันออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของประชาชน พร้อมประกาศ 5 นโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ดังนี้

  1. คืนเวลาให้ครู คืนความสุขให้เด็ก ด้วย Digital Transformation

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “EDU Pass” ในเดือนมกราคม 2570 เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทุกหน่วยงานในกระทรวงให้เป็นระบบเดียวกันผ่าน Teacher ID และ Student ID พร้อมปรับลดตัวชี้วัดภาระงานครูจาก 14 ตัว เหลือ 4 ตัว เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทให้กับการจัดการเรียนรู้มากขึ้น รวมถึงแนวคิด “Cloud Kitchen” หรือครัวกลาง เพื่อลดภาระการจัดทำอาหารกลางวันของครู

  1. ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา

มุ่งสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่หลากหลาย เพิ่มทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ และส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถปรับปรุงและพัฒนาผลการเรียนได้ทันที โดยไม่ต้องรอภาคเรียนถัดไป

  1. ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

กำหนดให้ความปลอดภัยเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศกฎความปลอดภัย 7 ข้อ และอยู่ระหว่างยกร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อให้ครู นักเรียน และบุคลากรได้รับการคุ้มครองทั้งภายในสถานศึกษาและระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมนอกสถานที่

  1. ปฏิรูปกฎหมายการศึกษาและจัดทำ AI Framework

การยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนธันวาคม 2569 โดยคาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2570 เพื่อทดแทนกฎหมายฉบับเดิม พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ พร้อมจัดทำ AI Framework เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างเหมาะสมและเท่าทัน

  1. ปรับทิศทางงบประมาณ สู่นวัตกรรมการศึกษา

นำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนระบบงานเดิม เพื่อลดภาระและงบประมาณดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน ก่อนนำงบประมาณที่ประหยัดได้มาเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมีเพียงร้อยละ 4.5 ให้สูงขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

นายประเสริฐกล่าวว่า การวางรากฐาน Digital Transformation ในปี 2569 จะเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ต้นปี 2570 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้พร้อมขานรับและนำทั้ง 5 นโยบายไปเชื่อมโยงกับภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะการพัฒนาระบบข้อมูลผ่าน EDU Pass การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน การพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ยืดหยุ่น และเท่าเทียม ภายใต้แนวคิด “ทุกพื้นที่คือห้องเรียน” และมุ่งให้ “สกร. เป็นที่พึ่งของทุกครัวเรือน”