สกร. จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านพลังงานและความเป็นกลางทางคาร์บอน

วันที่ 11 กันยายน 2569 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ จัดประชุมคณะทำงานจัดทำข้อเสนอโครงการ “พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทน และความเป็นกลางทางคาร์บอน (Energy and Carbon Neutrality for Life)” ณ ห้องประชุมพิภพ กาญจนะ ชั้น 2 กรมส่งเสริมการเรียนรู้

การประชุมครั้งนี้มี นายภูมิศักดิ์ ภูมิเขียว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ นายวันชัย บรรลือสินธุ์ นายไพศาล จิรานันตรัตน์ และรองศาสตราจารย์จิรพัฒน์ เงาประเสริฐวงศ์ รวมทั้งผู้แทนกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ นายกันตภณ พิมพาลับ กองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่กลุ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู้ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกัน

โครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาครูและบุคลากร สกร. ประมาณ 850 คน ให้มีความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทน และความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมทำหน้าที่เป็น “วิทยากรตัวคูณ” ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สถานศึกษา ชุมชน และประชาชน โดยกำหนดพื้นที่ทดลอง (Sandbox) 8 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี นครราชสีมา สระแก้ว อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก และลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ รวม 120 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 โมดูลสำคัญ ได้แก่

เทคโนโลยีงานช่าง การใช้งาน และการดูแลรักษาระบบพลังงานทดแทนชุมชน (Solar Cell) เบื้องต้น เพื่อพัฒนา Smart User and Safety Inspector

การจัดการและการอนุรักษ์พลังงานในชีวิตประจำวัน เพื่อรองรับการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตเข้าสู่ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)

การจัดการชุมชนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อพัฒนาทักษะและรองรับการเทียบโอนผลการเรียนรู้หรือการเรียนรู้แบบเร่งรัด (Fast Track)

นายภูมิศักดิ์ ภูมิเขียว กล่าวว่า รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน กรมส่งเสริมการเรียนรู้จึงมุ่งนำประเด็นดังกล่าวมาพัฒนาเป็นระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงตั้งแต่หลักสูตร การพัฒนาครู การจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ โดยหลักสูตรต้องสามารถเชื่อมโยงกับระบบธนาคารหน่วยกิต เพื่อให้ผู้เรียนสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้ได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะจัดทำร่างข้อเสนอโครงการส่งให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้พิจารณาและปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับภารกิจของกรม ก่อนนำเสนอต่อกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ คลังข้อมูลดิจิทัล ระบบวุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และแผนที่นำทางระยะ 1–3 ปี เพื่อขยายผลการเรียนรู้ด้านพลังงานและความเป็นกลางทางคาร์บอนไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ