วันที่ 15 กันยายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีข้าราชการการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
ในการนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมด้วย นายอุดมศักดิ์ บุญก่อ รักษาราชการแทนเลขานุการกรม และผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนนโยบายด้านการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 4 คณะ ได้แก่
นายอัครนันท์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกด้านการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมเตรียมบรรจุกลไก “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” ไว้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินงานมีความมั่นคงและยั่งยืน
กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับสถานศึกษา โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งนักเรียนที่ถูกกระทำหรือเผชิญปัญหาการกลั่นแกล้ง รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์ช่องทางรับแจ้งเหตุผ่านระบบ “Traffy Fondue” ให้เข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถขอรับความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม
นอกจากนี้ จะมีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และทำให้ช่องทางติดต่อสื่อสารมีความชัดเจน ควบคู่กับการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เพื่อคุ้มครองครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ รวมทั้งป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง
โอกาสนี้ นายอุดมศักดิ์ บุญก่อ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของ สกร. ซึ่งกำหนด 5 มาตรการสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในสถานศึกษา ประกอบด้วย
ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช เน้นย้ำให้ขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานของ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ลงสู่ระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้เครือข่ายสถานศึกษาของ สกร. ทั่วประเทศเป็นกลไกหน้าด่านในการเฝ้าระวัง คุ้มครอง และดูแลผู้เรียนและบุคลากรทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับช่องทางแจ้งเหตุผ่านระบบ “Traffy Fondue” ให้เข้าถึงง่าย
“สถานศึกษาของ สกร. ทุกแห่งต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ผู้เรียนและบุคลากรทุกคนต้องได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเท่าเทียม รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยทุกหน่วยงานในพื้นที่ต้องร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ” อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้กล่าวเน้นย้ำ