วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมคณะนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ติดตามนโยบายด้านการศึกษา และขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบาย “Thailand Zero Dropout” โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ
ในช่วงเช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธีเปิดอาคารเรียน “อรุณเบิกฟ้า 74 ปี ศรีขุขันธ์” ณ โรงเรียนขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมพบปะและให้กำลังใจผู้บริหาร ครู และนักเรียน โดยเน้นย้ำการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ เพื่อรับฟังการสะท้อนผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการจากผู้บริหารและครูในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยัง พิพิธภัณฑ์ชาวกูย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดศรีสะเกษและ สกร.ระดับอำเภอ ได้ร่วมจัดแสดงผลงานด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาทักษะอาชีพของประชาชน ภายใต้แนวคิด “ทุกพื้นที่คือห้องเรียน ทุกชุมชนคือแหล่งเรียนรู้”
ในการนี้ อธิบดี สกร. ได้ร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์อาชีพจาก สกร.ภูสิงห์ สกร.ไพรบึง สกร.ขุขันธ์ สกร.วังหิน และ สกร.ปรางค์กู่ พร้อมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ รวมถึงเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนชาวกูย อาทิ กลุ่มอาชีพแส่วผ้า ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมก้านตาล ข้าวเกรียบตาลอ่อน การทอผ้าไหม และการทำขนมพื้นถิ่น “ไปรกะซัง” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษได้อย่างโดดเด่น
นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมรถโมบายส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้และโอกาสทางการศึกษาเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ก่อนพบปะผู้บริหาร ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษาในพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและรับฟังข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาของจังหวัด
ช่วงบ่าย อธิบดี สกร. ได้ร่วมกิจกรรม Kick-off “Thailand Zero Dropout” ณ โรงแรมศรีลำดวน อำเภอเมืองศรีสะเกษ เพื่อติดตามการดำเนินงานในการค้นหา ช่วยเหลือ และนำเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้อย่างทั่วถึง ตามเป้าหมาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” อย่างเป็นรูปธรรม